ผู้เชี่ยวชาญจีน เสนอยกชายแดนเป็นเขต ศก.พิเศษ เสริมศักยภาพเศรษฐกิจไทย

Date : 2012-05-06 00:33:47

เผยแพร่โดย ศูนย์ข่าวอาร์เอสยูนิวส์

 

ศูนย์ข่าวอาร์เอสยูนิวส์ / 26 มี.ค. 2555 พิรุณ ฉัตรวนิชกุล ยกรัฐบาลจีนต้นแบบพัฒนาเศรษฐกิจใช้ระบบรัฐเป็นผู้นำภาคเอกชน ยกมลฑลซินเจียงเป็นต้นแบบพัฒนาตลาดชายแดนรุ่งเรือง เสนอไทยยกจังหวัดชายแดนเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ เชื่อดึงเม็ดเงินจากประเทศเพื่อนบ้าน - แก้ปัญหาความมั่นคง

 

จากงาน เวที THINK TANK ครั้งที่ 1 ซึ่งจัดโดย สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ วิทยาลัยบริหารรัฐกิจและรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต

 

นายพิรุณ ฉัตรวนิชกุล ผู้เชี่ยวชาญเรื่องจีนกล่าวว่า จากการที่ตนเดินทางไปดูงานที่ประเทศจีนหลายครั้งทำให้พบบทเรียนในแง่มุมต่างๆ โดยเฉพาะกรณีตัวอย่างของจีนที่มีนโยบายขยายพื้นที่การเกษตรทั่วประเทศตามแนวทางเกษตรแผนใหม่เพื่อแก้ไขปัญหาพื้นที่ชนบท ซึ่งนโยบายดังกล่าวมีผลบังคับใช้ทันทีทั่วประเทศจนในที่สุดสามารถแก้ปัญหาดังกล่าวได้สำเร็จ ต่างจากประเทศไทยที่มีนักวิชาการชี้แนวทางแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจไว้มากมายแต่กลับไม่มีรัฐบาลใดนำไปใช้ปฏิบัติอย่างจริงจัง อย่างไรก็ตามตนพบว่านโยบายของรัฐบาลจีนมีรูปแบบที่ทุกภาคส่วนต้องทำทุกวิถีทางเพื่อบรรลุตามเป้าหมาย เช่น กรณีเมืองเซี่ยงไฮ้ ซึ่งเป็นเขตเศรษฐกิจที่มีพื้นที่การเกษตรเพียงเล็กน้อย จึงใช้วิธีกั้นเขื่อนบริเวณพื้นที่ริมทะเล และนำเทคโนโลยีมาใช้แก้ไขปัญหาดินเค็มเพื่อปรับพื้นที่ให้เหมาะแก่การทำเกษตรกรรม นอกจากนี้รัฐบาลจีนยังลงทุนด้านปัจจัยพื้นฐานทั้งหมด เช่น ถนน ไฟฟ้า และประปา ให้กับเกษตรกรและนักลงทุน โดยตัวอย่างที่ตนยกมาทั้งหมดนี้ ต้องการชี้ให้เห็นว่าภาครัฐเป็นผู้ลงทุนทั้งหมด จากนั้นจึงเชิญชวนให้นักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศเข้ามาลงทุน แนวทางดังกล่าวสามารถสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนและเกษตรกรได้อย่างมาก

 

ผู้เชี่ยวชาญเรื่องจีน ยกตัวอย่างเพิ่มเติมว่า กรณีมณฑลซินเจียงที่มีความแตกต่างกันในเรื่องของชนชาติและศาสนา ระหว่างชาวฮั่นและชาวอุยกูร์ซึ่งเป็นชนพื้นเมืองนับถือศาสนาอิสลามและมีลักษณะคล้ายกับภาคใต้ของประเทศไทย แต่เมื่อพิจารณาสภาพบ้านบ้านเมืองโดยทั่วไปจะพบว่าเจริญกว่าภาคใต้ของไทยมาก เพราะมีการจัดการเรื่องปัจจัยพื้นฐานที่ชัดเจนเพราะเป็นเขตปกครองพิเศษ โดยรัฐบาลจีนมีการส่งเสริมเรื่องการเกษตรเช่นเดียวกับภูมิภาคอื่น โดยสามารถผลิตไข่ไก่ได้มากถึงวันละ 1 ล้านฟองรวมถึงการเปิดฟาร์มเลี้ยงหมู ส่วนปัญหาเรื่องการระบายสินค้านั้น มณฑลซินเจียงใช้แนวทางการค้าขายกับประเทศเพื่อนบ้านเป็นหลัก โดยสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจบริเวณชายแดนได้เป็นอย่างดี นี่เป็นอีกตัวอย่างที่ชี้ให้เห็นว่า ภาครัฐเป็นผู้นำเอกชน และหากไทยปฏิบัติได้ตามแนวทางดังกล่าวเชื่อว่าไทยจะไม่มีวันขาดแคลนปัจจัยทางการผลิต

 

นายพิรุณ กล่าวต่อไปว่า จากตัวอย่างดังกล่าวทำให้ตนต้องย้อนกลับมาคิดเรื่องการค้าขายกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างจริงจัง เพราะที่ผ่านมาจะเห็นว่าแม้ไทยจะไม่ให้ความสำคัญต่อการค้าบริเวณชายแดนแต่กลับมียอดขายมากกว่า 10,000 ล้านบาททุกปี ทั้งนี้ยังไม่รวมถึงการค้านอกระบบที่ไม่ผ่านด่านศุลกากรซึ่งมีมูลค่ารวมมากกว่าการค้าในระบบถึง 4 เท่า ดังนั้นหากสามารถพัฒนาให้จังหวัดบริเวณชายแดนมีเทคโนโลยีทางการผลิตที่ทันสมัย จะสามารถลดต้นทุนการขนส่งสินค้าจากกรุงเทพเพื่อนำไปขายบริเวณชายแดนได้ นอกจากนี้หากมีการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ยุทธศาสตร์ดังกล่าวจะถือเป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก เพราะจะเป็นโอกาสให้ไทยสามารถทำการค้าแบบส่งผ่านไปสู่ประเทศที่สาม เช่น บูรไน หรือเวียดนาม ได้สะดวกมากขึ้น

 

“ถ้าเราตัดสินใจตั้งแต่แรกให้จังหวัดบริเวณชายแดนมีความมั่งคั่ง ผมคิดว่าปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนใต้คงไม่เกิดขึ้น ส่วนปัญหาความขัดแย้งไทย-กัมพูชา หากแก้ปัญหาด้วยการส่งเสริมเศรษฐกิจบริเวณดังกล่าวให้เจริญรุ่งเรือง เรื่องความขัดแย้งก็จะกลายเป็นเรื่องเล็กน้อยไม่ต้องมานั่งแย่งเขาพระวิหารกัน ดังนั้นผมจึงอยากเสนอให้จังหวัดบริเวณชายแดนที่มีความสำคัญปรับสถานะเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งจะช่วยให้ไทยสามารถพัฒนาศักยภาพทางเศรษฐกิจได้ดีมากขึ้น หากสามารถส่งเสริมศักยภาพจังหวัดบริเวณชายแดนได้อย่างแท้จริงแล้ว จะสามารถแก้ปัญหาเรื่องความมั่นคงทางทหารได้ด้วยความมั่นคงทางเศรษฐกิจอย่างแน่นอน”ผู้เชี่ยวชาญเรื่องจีน กล่าว

สำรวจความคิดเห็น

Loading...

สถิติการเข้าชมสูงสุด