เผยในหลวง-ราชินี ห่วงใยสถานการณ์ไฟใต้
Date : 2012-08-06 10:00:16
เผยแพร่โดย ศูนย์ข่าวอาร์เอสยูนิวส์

เดลินิวส์ / 6 ส.ค. 2555 ผบ.ทบ. เผย ในหลวง-ราชินี ห่วงใยสถานการณ์ไฟใต้ ชี้ 2 พระองค์ให้ความช่วยเหลือไม่เคยแบ่งแยกคนไทยพุทธ- มุสลิม ระบุ“เคอร์ฟิวส์” เป็นมาตรการหนึ่งในการลดความสูญเสียและแยกโจรออกจาก ปชช. ส่วนจะประกาศหรือไม่รอทุกหน่วยงานตกผลึก วอนอย่ากระพือข่าวให้กลุ่มก่อความไม่สงบได้ใจ
วันนี้ ( 5 ส.ค. ) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ให้สัมภาษณ์ก่อนออกเดินทางร่วมงานวันสถาปนาโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าฯ ครบรอบ 125 ปี ถึงกรณีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงห่วงใยสถานการณ์ไฟใต้ว่า พระองค์ท่านทรงเป็นห่วงมาตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์ ตั้งแต่เริ่มเสด็จลงพื้นที่ภาคใต้ 20-30 ปีมาแล้ว ถึงวันนี้ทั้งสองพระองค์ก็ทรงดูแลปัญหาอยู่ ในปัจจุบันสมเด็จพระนางเจ้า พระบรมราชินีนาถก็ทรงพระราชทานทุนทรัพย์ และพระราชทานรายได้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ศิลปาชีพมาโดยตลอด ถึงแม้ว่าพระองค์ท่านจะไม่ได้เสด็จลงในพื้นที่ภาคใต้ แต่ทั้งสองพระองค์ก็ยังคงพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณให้กับประชาชนใต้หมู่เหล่า และคนไทยทั้งประเทศ ไม่ว่าจะเป็นคนไทยพุทธ หรือ คนไทยมุสลิม พระองค์ท่านไม่เคยแบ่งแยก พระองค์ท่านทรงพระราชทานตลอด ทั้งคนไทยพุทธ และ คนไทยมุสลิม อยู่ด้วยกันทั้งสองสัญชาติมาโดยตลอดไม่มีปัญหา แต่มีเพียงคนไม่ดีที่มาทำให้เกิดปัญหารุนแรงเท่านั้น ซึ่งคนในพื้น และคนไทยทั้งประเทศก็ทราบเรื่องนี้ดี ทั้งนี้ข้อมูลทุกอย่างกองทัพทราบดี
พล.อ. ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ไม่่อยากให้กระพือสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้ เพราะจะเกิดความวุ่นวาย หรือ เกิดความสับสนในการสร้างความเข้าใจกับคนทั้งประเทศ สิ่งที่ตนบอกว่าจะมีผลต่อการแก้ไขปัญหาในพื้นที่นั้น มีอยู่ 3 อย่าง คือ เจ้าหน้าที่ดีหรือไม่ดี มีประสิทธิภาพหรือไม่ หรือกำลังพลพร้อมปฏิบัติงานหรือไม่ กฎหมายพอเพียงหรือยัง จะทำให้คนเดือดร้อนหรือเปล่า และ ประชาชนที่มีหลายส่วนด้วยกัน ดังนั้นจะต้องมองปัญหาเดียวกันว่ามีปัจจัยอะไรบ้าง และวิธีการแก้ไขปัญหาจะต้องสอดคล้องกัน หากไปแยกทำอิสระก็ไม่จบ
เมื่อถามว่า นายกรัฐมนตรีเรียกประชุมหน่วยงานด้านความมั่นคงเพื่อแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ในวันที่ 8 ส.ค.นี้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เป็นการประชุมหน่วยงานด้านความมั่นคง และ การพัฒนา ซึ่งผู้ปฏิบัติหลักคือกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) และ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ซึ่งเป็นองค์กรพิเศษที่จัดตั้งขึ้นมาเพื่อขับเคลื่อนงานทั้งสองส่วน การแก้ไขปัญหาประกอบด้วยงานพัฒนาและความมั่นคง จะต้องเกื้อกูลซึ่งกันและกัน และยังมีอีกหลายประการที่จะต้องปรับปรุงเพื่อให้สอดคล้องให้มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะแผนโครงการและงบประมาณเพื่อให้ตรงกับห้วงเวลาและความต้องการของประชาชน
ส่วนศูนย์ปฏิบัติการของรัฐบาลนั้นเดิมมีการจัดตั้งอยู่แล้ว เพราะกฎหมายได้แยกไว้ 2 ส่วนคือของ กอ.รมน. ซึ่งจะเป็นงานด้านความมั่นคง พลเรือน ตำรวจ และ ทหาร ที่รับผิดชอบหลัก ส่วนอีกเรื่องหนึ่งคืองานพัฒนาที่เกี่ยวข้องกับหลายกระทรวงที่เข้าไปเกี่ยวข้อง ซึ่งทั้งสองส่วนจำเป็นจะต้องบูรณาการขึ้นมาให้สอดคล้องกับรัฐบาลที่มีจัดตั้งคณะทำงานขึ้นมาในลักษณะควบคุมการบังคับบัญชาสั่งการ จะมีนายกรัฐมนตรี พร้อมรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องที่เกี่ยวข้อง ส่วนอีกส่วนหนึ่งจะต้องสำรวจแผนงานโครงการที่แต่ละกระทรวงมีงบประมาณอยู่ว่าได้ทำอะไรไปบ้างเพื่อให้การขับเคลื่อน ดังนั้นศูนย์นี้จะสวมกันอยู่คือศูนย์ที่ดูแลแผนงานโครงการและครอบคลุมในการสั่งการ หากมีการประชุมศูนย์นี้ทั้งหมดจะใช้เวลามาก เพราะจะต้องมาคลี่แผนงานทุกกระทรวงออกมา แต่ศูนย์ปฏิบัติที่จัดตั้งขึ้นใหม่คือการเอาคนเหล่านี้แต่ลดให้มันเล็กและขับเคลื่อนได้
เมื่อถามว่า สถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ภาคใต้จำเป็นจะต้องประกาศเคอร์ฟิวส์หรือยัง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า รัฐบาลพูดมาตั้งแต่ต้นแล้วว่า ไม่ได้บอกว่าจะประกาศเคอร์ฟิวส์ เพียงแต่บอกว่าเป็นมาตรการหนึ่งที่จะทำให้ลดการสูญเสียได้ เพราะสามารถแยกผู้ร้ายออกจากโจร และในเวลาไม่สมควรที่จะใช้เส้นทางก็จะได้ลดเป้าหมายความเสี่ยงลงไป เจ้าหน้าที่จะได้ปฏิบัติการทางทหารได้เต็มที่ ในช่วงที่ไม่มีผู้คนสัญจรไปมา แต่ขณะนี้ทุกฝ่ายยังไม่เห็นด้วย ทั้งนี้อยากเรียนว่าถ้าตราบใดยังคุมเส้นทางไม่ได้ทั้งหมดที่มีเป็น 100 เส้นทาง มันก็จำกัดเสรีฝ่ายตรงข้ามได้ยาก แยกผู้ร้าย โจร ได้ลำบาก มันก็จะเกิดความสูญเสียเกิดขึ้น ถ้าตั่งด่านตรวจเต็มพื้นที่ต้องใช้คนประมาณ 2 หมื่นนาย และยังไม่รวมในเขตพื้นที่เมือง สรุปว่าเอาทหารไปตั้งด่านอย่างเดียวก็หมดแล้ว ดังนั้นจะต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง หากเอากำลังพลมาตั้งด่านกำลังพลที่จะปฏิบัติการเชิงรุก หรือกำลังพลที่จะไปปฏิบัติงานเชิงรับ ดูแลสถานที่ต่าง ๆ ก็จะต้องลดลง เพราะจะต้องทำทุกอย่าง ไม่ใช่ทำอย่างใดอย่างหนึ่งแล้วจะสำเร็จ ดังนั้นเราจะเลือกพื้นที่และกำหนดจุดให้เหมาะสม แต่พื้นที่ไหนไม่มีเจ้าหน้าที่ ก็มีการขอให้ติดตั้งกล้องวจรปิดแต่ขณะนี้ก็ยังไม่ครบ ซึ่งเราจะต้องปรับไปเรื่อย ๆ ประเด็นสำคัญคือความเสี่ยงทั้งสถานที่ บุคคล เส้นทาง ยังมีอีกจำนวนมาก ซึ่งเจ้าหน้าที่เน้นในการความปลอดภัยชีวิต และทรัพย์สินเป็นหลัก
เมื่อถามว่า หน่วยข่าวแจ้งเตือนว่ากลุ่มก่อความไม่สงบเตรียมคาร์บอมบ์แหล่งเศรษฐกิจในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า มีการเตือนทุกเดือนทุกอาทิตย์ เป็นข่าวสาร และผลิตเป็นข่าวกรองได้บางข่าว มีการจับยึดะไร ไปดำเนินคดี เพียงขณะนี้ได้ข่าวว่ารถที่หายไปจำนวนเท่านี้และยังหาไม่เจอ และเจอแล้วก็ไปสอบสวน ซึ่งทั้งหมดเป็นเรื่องการทำงาน สิ่งที่ปรากฎอยู่ฝ่ายตรงข้ามเขาต้องการให้โลก และคนทั้งประเทศสนใจ แต่เราควรสนใจในลักษณะที่ว่าคนพวกนี้มันแย่ และต้องประณาม คนจะได้ไม่ไปร่วมไม่ไปสนับสนุน และทุกหน่วยงานต้องไปขับเคลื่อน ทหารก็มีแค่ 2 มือ มีหัว มีความคิด แต่ทุกคนมีอำนาจอย่างเดียวคือความมั่นคง งานพัฒนาไปสั่งใครก็ไม่ได้ การนำข่าวมาใช้ประโยชน์ที่ผ่านมาก็ใช้ประโยชน์ได้เยอะ แต่ไม่ได้ 100 เปอร์เซ็นต์ การแก้ไขปัญหาภาคใต้จะต้องร่วมมือกันทุกภาคส่วน ไม่อยากไปโทษว่าเป็นความผิดของใคร อย่าเพิ่งตำหนิกันเพราะเหตุการณ์ยังไม่จบ
สำรวจความคิดเห็น
Loading...
สถิติการเข้าชมสูงสุด
1. นปช.ออกแถลงการณ์ 4 ข้อจี้เร่งแก้ รธน.
2. "ทักษิณ" สไกป์ ตั้งรางวัลนำจับเผาเซ็นทรัลเวิลด์ 10..
3. คมนาคมเล็งไฟเขียวค่าแท็กซี่มิเตอร์
4. คลังเร่งหาแนวทางเก็บภาษีเพิ่ม
5. พลังงานจ่อรื้อค่าการตลาดน้ำมัน
7. เอสเอฟแจงค่าตั๋วขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจ
8. รุมจวกเวทีถกน้ำอาเซียน เมินผลกระทบสวล.-ชุมชน
1. 'เจิมศักดิ์'ย้ำม.190 ไม่ใช่ตัวปัญหา ข้องใจไม่ออกกฎ..
3. รองปลัดคลังเสนอปลดผู้ว่า ธปท. ยึด พ.ร.บ.แบงก์ชาติท..
4. เล็งขึ้นแอลพีจีครัวเรือนเดือนมิ.ย. นี้
5. ‘จีที-200’ตุ๋นกองทัพเปื่อย อังกฤษสั่งจำคุกหลอกขาย
6. กสม.แจงไม่เคยจับผิดรัฐย้อนรอย"ปู"ไม่เคยแก้ละเมิด
8. "เล็กบ้านดอน"แยกเดินนปช.แต่เป้าเดียวกัน





