ฟุ้งเกษตรกรปลื้มรับจำนำ ปชป.แฉทุจริตเพียบส่อเจ๊ง
Date : 2012-07-20 09:00:51
เผยแพร่โดย ศูนย์ข่าวอาร์เอสยูนิวส์

ไทยโพสต์ / 20 ก.ค. 2555 ม.หอการค้าไทยเปิดผลสำรวจนโยบายจำนำข้าวเกษตรกรให้คะแนน 8 เต็ม 10 ส่วนมันสำปะหลังให้ 9 เหตุระดับราคาขึ้นได้จริงทำเกษตรกรมีรายได้เพิ่ม-หนี้ลด ขณะที่ผู้ส่งออกให้แค่ 3 ชี้ดันราคาสูง แต่ลดขีดความสามารถในการแข่งขัน รมช.พาณิชย์เงา ปชป.โต้ถามแค่ความชอบก็พอใจเพราะให้ราคาสูง แต่ ปชช.ไม่เคยได้จริง แฉมีการทุจริตทุกขั้นตอน เตือนอนาคตจะเอาเงินจากไหนมาให้
เมื่อวันพฤหัสบดี นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลสำรวจทัศนะต่อนโยบายการรับจำนำข้าวและมันสำปะหลังของรัฐบาล โดยสำรวจกลุ่มเกษตรกรตัวอย่างทั่วประเทศ 2,400 รายว่า ในนโยบายรับจำนำข้าว กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ 69.8% ระบุว่าพอใจปานกลาง เพราะทำให้มีรายได้มากขึ้น เป็นหนี้ลดลง มีกำลังซื้อสินค้าและวัสดุอุปกรณ์ทางการเกษตรได้มากขึ้น ดังนั้น เกษตรกรส่วนใหญ่ต้องการให้รัฐบาลดำเนินนโยบายนี้ต่อไปหากในอนาคตรัฐบาลมีโครงการรับจำนำอีก กลุ่มตัวอย่าง 80.3% ระบุจะเข้าร่วมแน่นอน มีเพียง 6.2% ที่ไม่เข้าร่วม และอีก 13.6% ระบุไม่แน่ใจ
ทั้งนี้ หากรัฐบาลจะมีโครงการรับจำนำอีกกลุ่มตัวอย่าง 72.3% ระบุว่าพอใจกับระดับราคารับจำนำในปัจจุบัน ที่ข้าวเปลือกเจ้าตันละ 15,000 บาท และข้าวเปลือกหอมมะลิตันละ 20,000 บาท และกลุ่มตัวอย่างอีก 27.7% ระบุยังไม่พอใจ ต้องการให้เพิ่มเป็นเฉลี่ยตันละ 18,361.37 บาท ส่วนเมื่อถามว่าหากราคารับจำนำสูงขึ้น ทำให้ข้าวไทยขายแข่งขันกับคู่แข่งไม่ได้ รัฐบาลควรทำอย่างไร กลุ่มตัวอย่าง 41% ระบุสร้างคุณภาพข้าวไทยให้แตกต่าง ส่วน 22.7% ระบุควบคุมต้นทุนการผลิต อีก 21.4% ระบุลดราคาลงยอมขาดทุน และอีก 8.1% ระบุยกเลิกการจำนำปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาด
ขณะที่เมื่อถามว่า ระเบียบขั้นตอนการรับจำนำข้าวเปิดโอกาสให้มีการทุจริตได้มากน้อยเพียงใด กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ 45.3% ระบุปานกลาง อีก 16.4% ระบุมากถึงมากที่สุด และ 27.7% ระบุน้อยถึงน้อยที่สุด
นายธนวรรธน์กล่าวต่อถึงนโยบายการรับจำนำมันสำปะหลัง ว่า ผู้ตอบส่วนใหญ่ถึง 81.6% ระบุพอใจระดับปานกลางถึงมาก เพราะมีรายได้มากขึ้น มีเงินออมมากขึ้น เป็นหนี้ลดลง มีกำลังซื้อสินค้าและวัสดุอุปกรณ์ทางการเกษตรได้มากขึ้น ดังนั้นเห็นด้วยที่รัฐบาลจะดำเนินนโยบายนี้ต่อไป โดยผู้ตอบมากถึง 79.4% พร้อมเข้าร่วมในโครงการต่อไปแน่นอน มีเพียง 6% ไม่เข้าร่วม เพราะขายเองได้ราคาดีกว่า และอีก 14.5% ไม่แน่ใจ สำหรับราคารับจำนำที่ต้องการได้คือ เฉลี่ยที่กิโลกรัม (กก.) ละ 5.18 บาท จากราคาจำนำปัจจุบันที่ประมาณ กก.ละ 3 บาท ส่วนสิ่งที่ต้องการให้รัฐบาลดำเนินการเช่นเดียวกับกรณีข้าว
”นโยบายรับจำนำสินค้าเกษตรทั้ง 2 ชนิด มองในแง่วิชาการ สามารถยกระดับราคาได้จริง อย่างข้าว ก่อนรับจำนำอยู่ที่เฉลี่ยตันละ 9,000 บาท แต่ตอนนี้เฉลี่ยตัวละ 10,500 บาท ส่วนมันสำปะหลังราคาล่าสุดเดือน พ.ค.-มิ.ย. กก.ละเกือบ 3 บาท จากก่อนจำนำที่ กก.ละบาทกว่า ส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้มากขึ้น เป็นการช่วยพยุงเศรษฐกิจระดับท้องถิ่น และรัฐบาลทำในเวลาเหมาะสม เพราะเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่จากน้ำท่วมปีก่อน กำลังซื้อหด ดังนั้น ให้คะแนนจำนำข้าวที่ 8 และจำนำมันที่ 9 คะแนนจากเต็ม 10” นายธนวรรธน์กล่าว
นายธนวรรธ์กล่าวด้วยว่า รัฐบาลน่าจะทำนโยบายรับจำนำต่อเนื่องเพียง 3-5 ปี เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อในประเทศในช่วงที่เศรษฐกิจไทยยังเปราะบางจากปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจโลก จากนั้นควรปล่อยให้ราคาสินค้าเป็นไปตามกลไกตลาด ส่วนสิ่งที่รัฐบาลต้องเร่งปรับปรุงเป็นการด่วนคือ การลดต้นทุนการผลิต ที่เป็นปัญหาใหญ่ให้กับเกษตรกร รวมเร่งหาตลาดส่งออก โดยเฉพาะข้าว ที่ขณะนี้ภาคเอกชนส่งออกข้าวได้ลดลง เพราะอินเดียกลับมาส่งออกข้าวอีกครั้งในปริมาณมากและราคาต่ำ ส่งผลให้เวียดนามต้องลดราคาขายลงมาเพื่อให้แข่งขันได้ แต่ผู้ส่งออกไทยไม่สามารถลดราคาขายได้ เพราะต้นทุนราคาข้าวไทยสูงกว่าคู่แข่งมาก
ด้านนายชาญชัย รักษ์ธนานนท์ นายกสมาคมโรงสีข้าวไทย กล่าวถึงโพลดังกล่าวว่า ถือว่าเป็นคะแนนที่มีความเหมาะสมเพราะนโยบายรับจำนำข้าวทำให้เกษตรกรได้ประโยชน์มากขึ้นจริงๆ จากราคาข้าวที่สูงขึ้น ซึ่งพอจะทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นและชดเชยต้นทุนการผลิตข้าว ถือว่าเป็นโครงการที่ประสบผลสำเร็จเป็นที่น่าพอใจสำหรับมาตรการในระยะสั้นๆ แต่ในอนาคตรัฐบาลจะต้องหามาตรการในระยะยาวที่จะต้องช่วยให้เกษตรกรพัฒนาการผลิตข้าวให้มีประสิทธิภาพ เพื่อที่จะได้รักษาเสถียรภาพของราคาข้าวให้สูงสามารถลดต้นทุนและจำหน่ายข้าวให้มีกำไรมากที่สุด เพราะขณะนี้หากปล่อยให้ข้าวไทยเป็นไปตามกลไกตลาด เกษตรกรผู้ปลูกก็จะอยู่ไม่ได้ และจะกระทบต่ออาชีพชาวนาในอนาคตให้ไม่มีใครทำ เพราะมีรายได้น้อยและทำไปก็ไม่คุ้มทุน
นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์ สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า จากโพลที่สำรวจได้คะแนนถึง 8 นั้น แน่นอนว่าเป็นคะแนนจากมุมของเกษตรกร ชาวนาที่ได้ประโยชน์ แต่ก็มีชาวนาบางส่วนที่ยังไม่ได้ประโยชน์เช่นกัน โดยเฉพาะกลุ่มชาวนาที่มีพื้นที่เพาะปลูกไม่ถึง 50 ไร่ ซึ่งเข้าใจว่ารัฐบาลหวังดีที่จะมีนโยบายหรือมาตรการที่จะดูแลยกระดับรายได้เกษตรกร แต่โครงการรับจำนำทำให้ระดับราคาข้าวสูงขึ้นมากจากระดับราคาที่เป็นจริงทำลายกลไกของราคา ซึ่งประเทศไทยปลูกข้าวครึ่งหนึ่งเพื่อการพาณิชย์ เมื่อมีการดันราคาข้าวในประเทศสูงขึ้นมาก จึงไปลดขีดความสามารถในการแข่งขันการส่งออกข้าวของไทยให้คู่แข่งสามารถแย่งตลาดได้ทันที ซึ่งจะเห็นได้ว่าขณะนี้ประเทศคู่แข่งก็เริ่มที่จะสามารถผลิตข้าวเพื่อการส่งออกได้อย่างแข็งแกร่ง แต่ไทยเองกลับขายข้าวไม่ได้ ในภาพรวมทั้งระบบโครงการรับจำนำจึงถือว่าแย่ หากให้คะแนนคงให้แค่ 3 เต็ม 10 ก็พอ
“การช่วยเหลือเกษตรกรในประเทศมีตั้งหลายวิธีที่จะไม่กระทบกลไกด้านการตลาดให้เสียหาย ซึ่งการตั้งราคารับจำนำข้าวไว้สูงและรับซื้อทุกเม็ดนำไปแบกสต็อกไว้นานๆ มีแต่จะเสียหายเพิ่มขึ้นอีก" นายชูเกียรติกล่าว
ขณะที่ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.พิษณุโลก ในฐานะ รมช.พาณิชย์เงา พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงผลสำรวจของ ม.หอการค้าไทยดังกล่าวว่า การทำผลสำรวจอย่างนี้เวลาไปถามชาวบ้านเขาก็ต้องตอบว่าพอใจอยู่แล้ว เพราะโครงการรับจำนำข้าวมีการตั้งราคาไว้สูง แต่เมื่อเข้าร่วมโครงการจริงๆ ชาวบ้านก็อาจจะไม่ได้เงินครบตามจำนวนที่ประกาศไว้ คือตันละ 15,000 บาท ทั้งนี้ โครงการรับจำนำข้าวเป็นการบิดเบือนกลไกตลาด และพบว่ามีการทุจริตทั้งระบบ ทุกขั้นตอน ซึ่งขณะนี้ ธ.ก.ส.เองก็ออกมายอมรับว่างบประมาณที่ใช้ในโครงการนี้เริ่มไม่พอจ่าย ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบในระยะยาวที่รัฐบาลอาจจะไม่สามารถหางบประมาณมาดูแลโครงการนี้ได้ตลอด
“ยังมีปัญหาอื่นอีกมาทั้งกรณีที่รัฐบาลรับจำนำข้าวของเกษตรกรแล้วแต่ไม่สามารถส่งออกได้ เพราะรับซื้อมาในราคาต้นทุนสูง โดยปกติยอดส่งออกข้าวของประเทศไทยเราขายข้าวอยู่ที่ตันละ 600 เหรียญฯ ซึ่งแพงกว่าประเทศเวียดนามที่ส่งออกตันละประมาณ 400 กว่าเหรียญฯ ซึ่งตั้งแต่ทำโครงการรับจำนำข้าวยอดส่งออกข้าวของไทยหายไปกว่า 50% ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน” นพ.วรงค์กล่าว
รมช.พาณิชย์เงา พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวต่อว่า ผลสำรวจที่ถามประชาชนเป็นธรรมดาที่ประชาชนต้องชอบ ยิ่งโครงการตั้งราคาสูง ประชาชนยิ่งชอบ แต่ปัญหาคือประชาชนได้เงินไม่จริงตามที่รัฐบาลประกาศไว้ เสียเบี้ยบ้ายรายทางหายไปกว่า 2-3 พันบาท ทั้งนี้ ไม่รู้ว่ารัฐบาลจะมีปัญญาหาเงินในอนาคตมารับซื้อเกษตรกรในราคาสูงอย่างนี้ได้อีกหรือไม่ เพราะการส่งข้าวรัฐบาลไม่สามารถชี้นำราคาในตลาดโลกให้สูงตามที่รับซื้อมาแบบนี้ได้หรือไม่ จึงเหมือนกับประเทศเอาเงินในอนาคตที่ไปกู้มาให้ชาวบ้าน ซึ่งในช่วงแรกอาจจะโอเค แต่ระยะยาวจะหาเงินจากไหนมาได้เยอะแยะให้ชาวบ้านตลอดไป สุดท้ายโครงการนี้ก็จะเดินต่อไปไม่ได้
นพ.วรงค์กล่าวอีกว่า ในส่วนของโครงการจำนำมันสำปะหลัง เป็นไปไม่ได้เลยที่ผลสำรวจระบุว่าประชาชนจะชื่นชอบและให้คะแนนมากถึง 9 เต็ม 10 คะแนน เพราะโครงการนี้มีเงินถึงมือชาวบ้านน้อยมาก เห็นได้จากมีม็อบมันสำปะหลังออกมาประท้วงกันเป็นจำนวนมาก ถ้าบอกว่าชาวบ้านชอบผลสำรวจของ ม.หอการค้าฯ ก็อาจจะคลาดเคลื่อน เพราะแทบจะไม่มีประชาชนได้เข้าร่วมโครงการ รัฐบาลประกาศให้ในราคากิโลกรัมละ 2.80-2.90 บาท แต่มีชาวบ้านแค่เพียงส่วนหนึ่งเท่านั้นที่สามารถเข้าร่วมโครงการได้ แต่มีชาวบ้านอีกจำนวนมากที่จำเป็นต้องขายในราคาถูก รวมทั้งกระบวนการต่างๆ ก็พบว่ามีการทุจริตเกือบจะทุกขั้นตอนเหมือนกับโครงการรับจำนำข้าว ดังนั้น ตนจึงขอคัดค้านไม่เชื่อว่าผลสำรวจนี้ว่าจะเป็นจริง.
สำรวจความคิดเห็น
Loading...
สถิติการเข้าชมสูงสุด
1. นปช.ออกแถลงการณ์ 4 ข้อจี้เร่งแก้ รธน.
2. "ทักษิณ" สไกป์ ตั้งรางวัลนำจับเผาเซ็นทรัลเวิลด์ 10..
3. คมนาคมเล็งไฟเขียวค่าแท็กซี่มิเตอร์
4. คลังเร่งหาแนวทางเก็บภาษีเพิ่ม
5. พลังงานจ่อรื้อค่าการตลาดน้ำมัน
7. เอสเอฟแจงค่าตั๋วขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจ
8. รุมจวกเวทีถกน้ำอาเซียน เมินผลกระทบสวล.-ชุมชน
1. 'เจิมศักดิ์'ย้ำม.190 ไม่ใช่ตัวปัญหา ข้องใจไม่ออกกฎ..
3. รองปลัดคลังเสนอปลดผู้ว่า ธปท. ยึด พ.ร.บ.แบงก์ชาติท..
4. เล็งขึ้นแอลพีจีครัวเรือนเดือนมิ.ย. นี้
5. ‘จีที-200’ตุ๋นกองทัพเปื่อย อังกฤษสั่งจำคุกหลอกขาย
6. กสม.แจงไม่เคยจับผิดรัฐย้อนรอย"ปู"ไม่เคยแก้ละเมิด
8. "เล็กบ้านดอน"แยกเดินนปช.แต่เป้าเดียวกัน





