กฎหมู่เหนือกฎหมาย ประเทศวุ่นวายไร้ขื่อแป
Date : 2012-07-13 11:03:42
เผยแพร่โดย ศูนย์ข่าวอาร์เอสยูนิวส์

โดย:ไพบูลย์ กระจ่างวุฒิชัย
โพสต์ทูเดย์ / 13 ก.ค. 2555 ในที่สุดการเดินทางของร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 ก็มาถึงวันตัดสิน คนไทยทั้งประเทศไม่เว้นแม้แต่คนทางไกลต่างใจจดใจจ่อกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญแบบลุ้นระทึก ว่ากระบวนการรื้อรัฐธรรมนูญจะเข้าข่ายล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขหรือไม่
ไม่รู้ว่าที่สุดแล้ว ศาลรัฐธรรมนูญจะพิพากษาเรื่องนี้อย่างไร แต่ความวุ่นวายกำลังเริ่มต้นอย่างเป็นทางการหลังวันที่ 13 ก.ค.
ต้องยอมรับว่าตลอด 1 สัปดาห์ก่อนวันนัดฟังคำวินิจฉัยได้เกิดการปลุกกระแสเพื่อกดดันศาลรัฐธรรมนูญมากมาย โดยเฉพาะท่าทีของแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) แม้ว่าจะติดเบรกไม่ให้เหล่าสาวกไปชุมนุมหน้าศาลรัฐธรรมนูญ แต่ปรากฏว่าตัวแกนนำกลับส่งสัญญาณในทางลบ ซึ่งไม่เป็นประโยชน์ต่อบรรยากาศทางการเมืองในเวลานี้
“หากศาลวินิจฉัยเช่นนั้น (ล้มล้างการปกครอง) ประชาชนที่ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยและสนับสนุนรัฐบาลยิ่งลักษณ์ คงจะไม่รับฟังคำตัดสินครั้งนี้แน่นอน และจะดำเนินการไปสู่การจับกุมศาล หากตำรวจไม่กระทำตาม ประชาชนก็จะดำเนินการเอง” ก่อแก้ว พิกุลทอง แกนนำเสื้อแดง ระบุ
เห็นแบบนี้แล้ว แทบไม่ต้องคิดต่อให้เสียเวลาเลยว่าเสื้อแดงจะต้องกำหนดยุทธวิธีเคลื่อนไหวนอกสภากดดันศาลรัฐธรรมนูญอย่างแน่นอน เพื่อแสดงความไม่พอใจที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยไม่ได้ดั่งใจ
ใช่ว่าการเมืองหลังจากวันพิพากษาคดีแก้รัฐธรรมนูญจะมีเพียงมหรสพเสื้อแดงเท่านั้น เพราะการขยายผลเอาผิดทางอาญาต่อคณะผู้เสนอแก้รัฐธรรมนูญยังจะตามมาแบบอีนุงตุงนังด้วย
มาตรา 68 วรรคสอง บัญญัติว่า “ในกรณีที่บุคคลหรือพรรคการเมืองใดกระทำการตามวรรคหนึ่ง ผู้ทราบการกระทำดังกล่าวย่อมมีสิทธิเสนอเรื่องให้อัยการสูงสุดตรวจสอบข้อเท็จจริงและยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งการให้เลิกการกระทำดังกล่าว แต่ทั้งนี้ไม่กระทบกระเทือนการดำเนินคดีอาญาต่อผู้กระทำการดังกล่าว”
จากบทบัญญัติดังกล่าว หากศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ยกเลิกการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยเห็นว่าเป็นการใช้สิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญเพื่อล้มล้างการปกครองแล้วย่อมสามารถดำเนินคดีอาญากับผู้ที่กระทำการนี้ได้ด้วย
เท่ากับว่า ผู้ถูกร้องไม่ว่าจะเป็นคณะรัฐมนตรี (ครม.) ประธานรัฐสภา พรรคเพื่อไทย พรรคชาติไทยพัฒนา งานเข้าโดยปริยาย
การนำไปสู่คดีอาญาสำหรับกรณีนี้ สามารถส่งให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการได้ 2 ประการ
ดำเนินคดีอาญาชี้มูลความผิดก่อนยื่นฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157
ส่งสำนวนให้วุฒิสภาถอดถอนออกจากตำแหน่งตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 270-274
การขยายผลลักษณะนี้เคยมีกรณีเทียบเคียงให้เห็นเมื่อครั้ง “นพดล ปัทมะ” ดำรงตำแหน่ง รมว.ต่างประเทศ โดยภายหลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการลงนามในแถลงการณ์ขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกร่วมกับกัมพูชาขัดกับมาตรา 190 ต่อมา ป.ป.ช.ได้ไต่สวนและส่งสำนวนฟ้องศาลฎีกาฯ พร้อมกับยื่นเรื่องให้วุฒิสภาถอดถอน แต่ไม่สามารถถอดถอนได้ เพราะเสียงไม่พอ
กลายเป็นเส้นทางวิบากของผู้เสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ไม่คาดคิดว่าจะต้องมาเจอกับมรสุมแบบนี้ แต่ตอนนี้คงทำอะไรไม่ได้ดีไปกว่าทำใจและยอมรับเพื่อใช้สิทธิต่อสู้ทางกฎหมายต่อไป
ทว่าเรื่องยังไม่จบตรงนี้ เมื่อยังมีคำร้องของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ที่ยื่นถึงศาลรัฐธรรมนูญเพื่อมีคำสั่งให้ สส.และ สว.รวม 416 คน ซึ่งลงมติรับร่างหลักการแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระที่ 1 ยุติการกระทำด้วย เพราะเข้าข่ายล้มล้างการปกครองตามมาตรา 68
คดีนี้มีข้อเท็จจริงเดียวกับคดีที่ศาลจะตัดสินในวันที่ 13 ก.ค. เพียงแต่แตกต่างกันตรงผู้ถูกร้องในกรณีนี้คือ สมาชิกรัฐสภา 416 คน
ความน่าสนใจของประเด็นนี้อยู่ที่ หากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ วันที่ 13 ก.ค. ออกมาอย่างหนึ่งอย่างใดโดยไม่มีผลผูกพันต่อคำร้องของ พธม.หมายความว่า การไต่สวนสมาชิกรัฐสภา 416 คน จะเริ่มทันที
เหนืออื่นใด การปะทะระหว่าง “ศาลรัฐธรรมนูญ-พรรคเพื่อไทย” จะมีให้เห็นต่อไปแบบหาจุดสิ้นสุดไม่ได้
พรรคเพื่อไทยพยายามแสดงออกให้เห็นถึงการต่อต้านศาลรัฐธรรมนูญผ่านการไม่ยอมรับอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ เช่น การไม่ขอชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาต่อศาลภายใน 15 วัน หรือ 30 วัน แม้ว่าจะรู้ตัวว่าการทำเช่นนี้จะเสียสิทธิก็ตาม เป็นต้น
เนื่องจากเห็นว่าศาลจะรับคำร้องนี้ได้ก็ต่อเมื่อผ่านการใช้ดุลพินิจของอัยการสูงสุด ไม่ใช่ถือวิสาสะรับคำร้องนี้เองโดยตรงพร้อมกับสร้างวาทกรรม “ศาลรัฐธรรมนูญใช้อำนาจโดยมิชอบ” ให้ประจักษ์ต่อสาธารณะมากขึ้น
การแสดงออกเช่นนี้ของพรรคเพื่อไทยกำลังขยายความขัดแย้งให้เพิ่มขึ้น ไม่ต่างอะไรกับการปลุกมวลชนต่อต้านการใช้อำนาจหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญ ทั้งที่เขตแดนอำนาจศาลได้รับการรับรองไว้ในรัฐธรรมนูญให้ทำหน้าที่ไว้ถึง 9 ประการ ทั้งในส่วนการพิจารณากฎหมายหรือวินิจฉัยคุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
การปรับกระบวนท่ารับมือกับศาลรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ เพราะพรรคประเมินว่าการยอมรับอำนาจศาลผ่านการใช้สิทธิชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาไม่เป็นผลดีกับพรรค กลายเป็นว่าต้องมาอยู่ในเกมที่ฝ่ายตรงข้ามวางเอาไว้ แถมยังเปิดช่องให้ฝ่ายผู้ร้องได้ไล่ซักถามในหลายประเด็นต่อหน้าตุลาการศาลรัฐธรรมนูญราวกับเดินเข้าสู่แดนประหาร
แน่นอนว่าคำถามในชั้นไต่สวนที่จะพุ่งตรงมายังพรรคเพื่อไทยหนีไม่พ้นเรื่อง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในหลายมิติ ตอกย้ำให้เห็นว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญมีวัตถุประสงค์เพื่อการนิรโทษกรรมและเชื่อมโยงถึงขบวนการหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์
ประเด็นคำถามเหล่านี้ ถ้าตอบได้ดีก็ดีไป แต่ถ้าตอบไม่ดีหรือไม่ตรงประเด็นยิ่งทำให้เป็นฝ่ายเสียเปรียบมากขึ้นไปอีก ภาพลักษณ์ทางการเมืองที่จะปรากฏต่อสาธารณะจะไม่เป็นผลดีกับพรรคเพื่อไทย โดยมีบทเรียนแห่งความบอบช้ำเมื่อวันที่ 5-6 ก.ค.ที่ผ่านมา จึงต้องพยายามทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้หลงกลฝ่ายแค้นและเพิ่มความชอบธรรมให้กับตัวเอง
13 ก.ค. ศึกเก่ากำลังจะจบลง แต่ศึกใหม่กำลังจะเกิดขึ้น และทำท่าจะลากกันยาวโดยมีอนาคตของรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นเดิมพัน
เมื่อพรรคเพื่อไทยที่เป็นรัฐบาล ไม่ยอมรับในอำนาจศาล ก็ไม่มีหลักยึด เมื่อนั้นกฎหมู่ก็จะกลับมาใช้ตัดสินตามใจชอบ ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อประเทศ เพราะจะกลับมาสู่วังวนความขัดแย้งและความวุ่นวายที่ไร้ขื่อแป
สำรวจความคิดเห็น
Loading...
สถิติการเข้าชมสูงสุด
1. “โต้ง” ยันรับจำนำข้าว 15,000 บาท ถึง 29 มิ.ย.
2. คอมเฟิร์ม!ข้าวโกดังฉะเชิงเทราเสียหายหนัก
3. โรงสีปัดประท้วงหยุดรับจำนำข้าว อ้างอคส.แจ้งให้ชะลอ..
4. สะพัดนำเข้าเครื่องดักฟัง เจาะข้อมูลกลุ่มล้มทักษิณ
5. ผ่าวงการสงฆ์ พ.ศ.2556 ยุคผ้าเหลืองเสื่อมสุดขีด…?
6. ลดราคาจำนำข้าวตันละ 12,000 บาท "เสียหน้า" ดีกว่า "..
7. คนไทยจ่ายคนละ 2,000 บาท/ปี เซ่นนโยบายรับจำนำข้าว
8. จี้รัฐแก้ปัญหาคอร์รัปชันก่อนพาประเทศสู่วิกฤติ
1. “พาณิชย์” เผยไข่ไก่ราคาลงแล้วสวนทางกับผัก
2. “เอกยุทธ” ตายไทยอินไซเดอร์ปิดตัว
3. เปิดบันทึกนักสืบ..คดี “เอกยุทธ อัญชันบุตร”
4. ศธ.ฉาวอีกโยกครู6แสนตั้งผอ. 7 หลัก ร้อง 80 โรงเรียน..
5. นักการเมืองแนะไม่ประมาทเลือกคนขับรถ
6. “บุญทรง” ถก กขช.บ่ายจ่อฟ้องปูดจำนำข้าวเจ๊ง 2.6 แสน..
7. จับตา"ปลูกป่า"หมื่นล้าน ระวังซ้ำรอยเพราะนโยบายไม่ช..
8. ตีแสกหน้า ศธ. อดีตครูต่างชาติวิพากษ์การศึกษาไทย ล้..
1. 'นพดล'แปลกใจ 'จ้อน'เรียกร้องพท.ปฏิรูปพรรค
2. อดีตคตส. ท้า"แม้ว"เปิดหลักฐานใครรับเงิน
3. ลืมแล้วหรือ?"สำนวนที่หายไป"
4. 'แท็กซี่' ร้องขอขึ้นมิเตอร์ เหตุต้นทุนพุ่ง
5. “บุญจง”แนะรัฐแก้ของแพงดีกว่านิรโทษกรรม
6. พิสูจน์ชัด! ขายแพงจริง 2 โรงหนังดัง
7. แฉมะกันบีบเปิดตลาดนำเข้าเนื้อหมู





