แนะยอมรับมติศาลรัฐธรรมนูญ ปิดเสี่ยงการเมืองฉุดซ้ำศก.เซพิษยุโรป

Date : 2012-07-12 10:29:57

เผยแพร่โดย ศูนย์ข่าวอาร์เอสยูนิวส์

 

ไทยโพสต์ / 12 ก.ค. 2555 ประธาน ส.อ.ท.วอนทุกฝ่ายเคารพคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญวันศุกร์ 13 ก.ค.นี้ ปิดเสี่ยงปัจจัยการเมืองบั่นทอนเศรษฐกิจ ฉุดขีดแข่งขันของธุรกิจ นายแบงก์มอง กนง.คงดอกเบี้ย 3% ถึงสิ้นปี ประธานหอการค้าไทยชี้วิกฤติอียูฟื้นไตรมาส 4 ปีหน้า ย้ำส่งออกหลุดเป้า 15% แน่  จี้รัฐขจัดอุปสรรคการค้า

 

นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย  (ส.อ.ท.) กล่าวในงานสัมมนา “วิกฤติเศรษฐกิจยุโรปและจีน ผลกระทบเศรษฐกิจโลกต่อการส่งออกไทย” ถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยกรณีคำร้องร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 เข้าข่ายเป็นการล้มล้างการปกครองตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญมาตรา 68 หรือไม่ ในวันที่ 13 ก.ค.นี้ ว่า ต้องการให้ทุกฝ่ายยอมรับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจากต้องการให้ทุกอย่างเป็นไปตามแนวทางกฎหมาย ไม่ต้องการให้การเมืองเข้ามาบั่นทอนขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ

 

เนื่องจากปัจจุบันธุรกิจมีความอ่อนไหวในเรื่องปัญหาการเมือง เพราะกระทบต่อการค้า การจ้างงานและรายได้ของประชาชน รวมถึงรายได้ที่ต้องจ่ายภาษีเข้ารัฐ ซึ่งขณะนี้ภาคธุรกิจกำลังเร่งแก้ไขปัญหาจากวิกฤติยูโรโซน จึงไม่ต้องการให้เกิดปัญหาการเมืองเพิ่มขึ้นอีก

 

"เราไม่ต้องการให้ปัญหาการเมืองกลายเป็นความเสี่ยงระยะยาวของธุรกิจ  และไทยมีปัญหาการเมืองที่หาคำตอบไม่ได้มาหลายปีแล้ว ทำให้เป็นห่วงภาพของไทยในอนาคตว่าจะเปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะเยาวชนที่จะเป็นแรงขับเคลื่อนของประเทศ แต่ต้องเติบโตท่ามกลางความขัดแย้งรุนแรงนานหลายปี ดังนั้นจึงอยากให้ไทยกลับมาเป็นประเทศที่มีความโอบอ้อมอารี มีเหตุผล มีความสามัคคี และเทิดทูนสถาบัน” นายพยุงศักดิ์กล่าว

 

นางสุทธาภา อมรวิวัฒน์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ  ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ขณะนี้สัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐที่เริ่มกระเตื้องขึ้นในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา เริ่มมีทีท่าที่จะกลับไปชะลอตัวลงอีก  โดยเฉพาะในช่วงไตรมาส 2 ปีนี้ ดังนั้นการฟื้นตัวของเศรษฐกิจกลุ่มยุโรปจะเกิดขึ้นช้าไปอีก เนื่องจากเป็นคู่ค้าหลัก และจะกระทบต่อการส่งออกของไทย โดยช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ธุรกิจเสื้อผ้าส่งออก เครื่องประดับ ยางพารา เริ่มเห็นผลกระทบแล้ว

 

สำหรับแรงกดดันด้านอัตราเงินเฟ้อ ลดลงจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ทำให้ราคาน้ำมันและสินค้าโภคภัณฑ์ปรับตัวลดลง โดยคาดว่าอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยทั้งปีของไทยจะอยู่ที่ 3.20-3.7% ลดลงจาก 3.5-4.0% ต่อปี จึงมองว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 3.00%  ตลอดปีนี้ ยกเว้นวิกฤติยุโรปจะรุนแรงมากขึ้นกว่าเดิม

 

นายพงษ์ศักดิ์ อัสกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวในการเสวนาเรื่อง ”ทางรอดการส่งออกไทยภายใต้วิกฤติอียู” จัดโดยสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจว่า กว่าวิกฤติเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในกลุ่มประเทศยุโรปจะฟื้นตัวได้ น่าจะช่วงไตรมาส 4 ปี 2556 ซึ่งจะทำให้ยอดการส่งออกของไทยปีนี้อาจไม่ได้ตามเป้าที่ตั้งไว้ 15% เพราะถ้าจะให้ได้ตามเป้า การส่งออกจากนี้ไปจะต้องโตไม่ต่ำกว่าเดือนละ 15% แต่หากภายใน 2 เดือนนี้มีมาตรการแก้ปัญหาส่งออกที่ชัดเจน  น่าจะช่วยให้ภาพรวมส่งออกปีนี้โต 10% ขึ้นไปได้

 

โดยมองว่าทางรอดส่งออกไทยภายใต้วิกฤติเศรษฐกิจยุโรปก็คือ ภาครัฐจะต้องช่วยหาแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนให้กับผู้ประกอบการส่งออกที่เป็นเอสเอ็มอี พิจารณาแก้ไขกฎระเบียบภาษีต่างๆ ที่ไม่เอื้อต่อการส่งออก และรัฐบาลต้องเร่งผลักดันการเจรจาเปิดเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอไทย-ยุโรป) ให้ได้โดยเร็วที่สุด เพราะมีแนวโน้มที่สินค้าไทยหลายรายการจะถูกตัดสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (จีเอสพี) จากยุโรปในปี 2556.

สำรวจความคิดเห็น

Loading...

สถิติการเข้าชมสูงสุด