วสันต์ แจงตุลาการศาลรธน.ไม่ได้มาจากการแต่งตั้งของ คมช. ระบุชัดไม่ใช่ศาลการเมือง

Date : 2012-01-27 11:33:15

 

อาร์เอสยูนิวส์ / 26 ม.ค. 2555 “ปธ.ศาลรธน.” แจงตุลาการศาลรธน. ไม่ได้มาจากการแต่งตั้งของ คมช. และไม่ใช่ “ศาลการเมือง”  ชี้กรณีเรืองไกรยื่นให้สั่งสอบ “สนธิ” มีกรอบตามรธน.ไม่ใช่รับวินิจฉัยได้ทุกเรื่อง ย้ำรธน.แต่ละฉบับมีข้อดี ข้อเสีย

 

นายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ เป็นประธานเปิดโครงการเผยแพร่ความรู้ เกี่ยวกับบทบาทอำนาจหน้าที่ศาลรัฐธรรมนูญ และองค์กรตามรัฐธรรมนูญแก่ประชาชนในระดับจังหวัด เรื่อง “รัฐธรรมนูญกับประชาชน”ที่โรงแรมดุสิตปริ๊นเซสโคราช อ.เมือง จ.นครราชสีมา โดยนายวสันต์ กล่าวว่า การจัดโครงการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับบทบาทอำนาจหน้าที่ศาลรัฐธรรมนูญ ครั้งนี้เพื่อสร้างความเข้าใจให้ประชาชนทั่วไปได้รับทราบข้อมูลที่ที่ถูกต้องเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งที่ผ่านมาข่าวที่ปรากฏผ่านสื่อ มักจะออกมาว่า ตุลาการศาล รธน.มาจากการแต่งตั้งของ คมช. ซึ่งเป็นเรื่องไม่จริง

 

ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญชุดนี้เกิดขึ้นมาด้วยการสรรหาตั้งแต่เดือนมีนาคม 2551 และมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าแต่งตั้งวันที่ 28 พ.ค.2551 เข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนรับหน้าที่ตรงตาม รธน.ทุกอย่างในเดือน มิ.ย.2551 ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับ คมช. หรือ คปค.ทั้งสิ้น     นอกจากนี้ ยังมองว่าศาล รธน.คือ ศาลการเมือง ซึ่งในความเป็นจริงแล้วมีส่วนการเมืองไม่ถึง 20% เพียงแต่ว่าพอคดีการเมืองขึ้นมาซึ่งอยู่ในความสนใจ และนักการเมืองที่มีส่วนได้เสียแต่ละคนก็มีพรรคพวกมาก มีกองเชียร์ มีกองแช่งกันสารพัด ในส่วนของศาล รธน.เองจะตัดสินว่า กฎหมายฉบับใดขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่นั่นเป็นงานหลัก”ประธานศาลรัฐธรรมนูญ กล่าว

 

นายวสันต์ ยังกล่าวถึงกระแสการผลักดันแก้ รธน. 2550ว่า เป็นเรื่องของสภาฯ พวกตนไม่เกี่ยว เรียนว่าศาลเรามีหน้าที่ปฏิบัติตามกฎหมาย เราไม่มีหน้าที่ออกกฎหมาย ฉะนั้นจะมีกฎหมาย จะแก้ไขกฎหมายมาอย่างไรเราก็ถือปฏิบัติไปตามนั้น ซึ่งการเสนอแก้ไข รธน.นั้น โดยส่วนตัวมองว่าสุดแล้วแต่จะแก้หรือไม่ เพราะ รธน.แต่ละฉบับมีข้อดี ข้อเสีย แต่ถ้าเราจะเขียนกันใหม่ก็จะรู้จากการเอาข้อดีของแต่ละฉบับมาผสมกันก็จะดี แต่ว่าเราเขียนกฎหมายให้ดีเลิศอย่างไร เดี๋ยวก็มีช่องโหว่ แต่ถ้าคนเป็นคนดี กฎหมายไม่ดี สังคมอยู่ได้

 

ประธานศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงกรณีที่ นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีต ส.ว.สรรหา เสนอให้อัยการสูงสุดตรวจสอบข้อเท็จจริงและยื่นคำร้องขอให้ศาล รธน.วินิจฉัยสั่งการสอบ นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย(พธม.) กรณีเรียกร้องให้ทหารออกมาปฏิวัติต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 วรรค 1 รวมถึงกลุ่มคณาจารย์นิติราษฎร์ว่า เรื่องนั้นมีกรอบ ไม่ใช่เรารับวินิจฉัยได้ทุกเรื่อง ไม่ใช่อยากยื่นอะไรก็ยื่นเข้ามา มันไม่ใช่ ต้องมีกรอบว่า จะต้องมีการเสนอเข้ามาตามกรอบของรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีรายละเอียดอีกพอสมควร ถ้าเป็นเรื่องการกระทำของนักการเมืองก็ต้องมาสู่ช่องทางที่ถูกต้อง ไม่ใช่ใครต่อใครอยากยื่นอะไรก็ยื่น เรื่องนี้กติกาเขียนไว้ชัดอยู่แล้ว ทางศาลทำอะไรต้องเปิดเผย มีตัวบทกฎหมาย มีกฎข้อบังคับ มีระเบียบเป็นกรอบปฏิบัติอยู่แล้ว

 

 “คดีเกี่ยวกับการเมืองขณะนี้เหลือไม่กี่เรื่องที่อยู่ในการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ เช่น เรื่องยุบพรรคเล็กพรรคน้อยมีประมาณ 4-5 เรื่อง นอกนั้นไม่มี เป็นเพียงคดีที่ส่งมาจากศาลปกครอง ศาลยุติธรรม และ ถ้าร้องเองต้องไปผ่านคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ หรือผ่านมาผู้ตรวจการแผ่นดินถึงจะร้องเองได้ เรียกว่า เป็นผู้มีส่วนได้เสียโดยตรงกับกฎหมายฉบับนั้นและการร้องเข้ามาได้แต่เพียงว่า กฎหมายฉบับใดขัดหรือแย้งกับ รธน. เช่น ปลายปีที่แล้วมีการร้องเข้ามาว่า พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ มาตรา 6 ขัด รธน. ซึ่งเราตัดสินว่า พ.ร.บ.ไม่ได้ขัด ถ้าจะขัดก็ขัดที่การกระทำของเจ้าหน้าที่ หรือพระราชกฤษฎีกาที่ไปประกาศเขตอุทยานฯ ทับที่ทำมาหากินปรกติของชาวบ้านในป่ากระทบกับชาวบ้าน อันนั้นต้องไปฟ้องศาลปกครองให้เพิกถอนกฤษฎีกา ทั้งนี้กฎหมายแม่ไม่ขัด แต่ไปขัดที่การกระทำ” นายวสันต์ กล่าว

แสดงความคิดเห็น

ล็อกอินเข้าระบบสมาชิก!

แจ้งสมาชิกสมาชิกเว็บไซต์

เนื่องด้วยตอนนี้เกิดปัญหาจากสมาชิกบางท่านที่แสดงความคิดเห็นอันไม่พึงประสงค์ ทั้งมีการแสดงความเห็นที่หยาบคาย และบางความเห็นมีการหมิ่นสถาบันเบื้องสูง ซึ่งทางเว็บไซต์ ไม่สามารถยอมให้เกิดขึ้นได้ ดังนั้น จึงมีความจำเป็นที่ต้องปรับเปลี่ยนระบบการเปิดแสดงความคิดเห็น โดยทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์อนุญาตให้แสดงความคิดเห็นได้เฉพาะสมาชิกเท่านั้น เพื่อเป็นการยืนยันตนของผู้โพส หากเป็นสมาชิกแล้ว login ที่นี่ หากยังไม่เป็นสมาชิกสมัครได้ ที่นี่

ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ปาฐกถาพิเศษเรื่อง "บูรพาภิวัตน์ : ภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจโลกใหม่" จากงานสัมมนา "บูรพาภิวัตน์ : ฤาโลกจะกลับขั้วอำนาจ" เปิดยุทธศาสตร์ประเทศไทยในยุค "เอเชียผงาด"

มุมมองของเจิมศักดิ์

1. ปตท.- การบินไทยหนุนคลังขายหุ้น 2% ไม่กระทบฐานะ - น..

2. พิสูจน์ฝีมือรัฐ ยุบรวม ‘3 กองทุน’

3. “ อภิสิทธิ์ ” ชี้ ข้อเสนอนิติราษฎร์ กรณี ส.ส.ร. ไ..

4. จักรพันธุ์ ปัดปรับผังข่าวช่อง 9 ก่อนครบสัญญามิ.ย.น..

5. นโยบาย "แก้ผ้าเอาหน้ารอด" ขายหุ้นเพื่อซุกหนี้

6. กรณ์ ห่วงหมกเม็ดแปรรูป ปตท. ลอยแพประชาชน จ่ายค่าพล..

7. ผู้ว่าฯ กาญจน์ดันแผนยุทธศาสตร์รับ ‘ทวาย’ หวังรัฐบา..

8. ต่างชาติฮุบที่ 100 ล้านไร่

9. อภิสิทธิ์ ชี้ รบ.อ้างฟื้นฟูน้ำท่วมหวังกู้เงินเพิ่ม..

10. บุหรี่กานพลู ขายเกลื่อนภัยคุกคามใหม่ ฮิตในหมู่วัยร..