กสม. ชี้ 'โรฮิงญา' เป็นประเด็นสิทธิมนุษยชนที่ชาติอาเซียน ต้องดูแล

Date : 2012-07-09 09:44:19

เผยแพร่โดย ศูนย์ข่าวอาร์เอสยูนิวส์

 

 

สำนักข่าวอิศรา / 9 ก.ค. 2555 ดร. อมรา พงศาพิชญ์ ระบุ การย้ายถิ่นของกลุ่มคนโรฮิงญา ทั้งพม่า บังคลาเทศไม่รับเป็นพลเมือง ตกเป็นคนไร้รัฐ ยันประเทศในอาเซียนต้องเข้ามาดูแลในประเด็นสิทธิมนุษยชน

 

เมื่อเร็วๆ นี้ ศ.ดร. อมรา พงศาพิชญ์ ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) กล่าวถึงการเป็นประชาคมอาเซียนปี 2015 กับเรื่องสิทธิมนุษยนชน ว่า ประเด็นสิทธิมนุษยชนได้ถูกชูโรงทั่วโลก จนกลายเป็นเสาที่ 3 ต่อจากเรื่องเศรษฐกิจ สังคม โดยสหประชาชาติ หรือยูเอ็น พยายามผลักดัน พร้อมกับนำเสนอให้แต่ละประเทศควรจะมีคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติขึ้น โดยในอาเซียนมี อยู่ 4 ประเทศ คือ ไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ขณะที่พม่า ถือได้ว่า สร้างความตกใจให้กับหลายๆ ประเทศ ที่ประกาศตั้งคณะกรรมการสิทธิ์ฯ ขึ้นมา แทนที่จะเป็น เวียดนาม และกัมพูชา ที่ลุ้นกันอยู่ก่อนหน้านี้

 

"การพลิกตัวของพม่าเรื่องสิทธิมนุษยชนมีผลมากต่อแนวคิดเรื่องสิทธิมนุษยชนในอาเซียน ขณะที่ ลาว สิงคโปร์ บรูไน ยังไม่ได้ให้ความสำคัญ และมองไม่เห็นอนาคตว่าในปี 2015 จะมีคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติทันหรือไม่"

ประธาน กสม. กล่าวถึงคณะกรรมาธิการระหว่างรัฐบาลอาเซียนว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (ASEAN Intergovernmental Commission on Human Rights – AICHR) ซึ่งเป็นกลไกรัฐทำงานเชื่อมโยงอาเซียนในเรื่องสิทธิมนุษยชนนั้น มีการกำหนดที่จะส่งมอบหลักการขององค์กรและคำประกาศให้กับที่ประชุมระดับรัฐมนตรีอาเซียน ที่กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา พิจารณา ในวันที่ 8 ก.ค.นี้ พร้อมกับตั้งคำถามว่า กรรมการสิทธิฯ ของภูมิภาคที่เรียกว่า AICHR กับกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติของแต่ละประเทศ ซึ่งเป็นองค์กรอิสระนั้น กรรมการสิทธิฯ 2 ชุดนี้จะแข่งการทำงานกันอย่างไร

 

"ในอนาคตเราจะมองอย่างไรว่า เรื่องเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนเรื่องใดเป็นเรื่องภายในชาติ หรือเป็นเรื่องข้ามชาติ เรื่องใดจะไปอยู่ใน AICHR อีกทั้งองค์กรนี้จะสามารถพัฒนาตัวเองจนสามารถทำหน้าที่ดูแลเรื่องสิทธิมนุษยชนระหว่างชาติต่างๆ ในอาเซียนได้หรือไม่" ศ.ดร. อมรา กล่าว พร้อมมองว่า AICHR ยังเด็กมาก อีกทั้งที่ผ่านมาก็เสียเวลาระแวงกัน ทำให้กว่าจะร่างปฏิญญาอาเซียน (ASEAN Declaration) ได้ก็แทบแย่

 

ศ.ดร. อมรา กล่าวถึงปฏิญญาอาเซียนว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ที่จะประกาศในเดือนพฤศจิกายน 2555 นั้น ปฏิญญาฯ ต้องมีมาตรฐานไม่ต่ำกว่าระดับสากล และไม่ควรมีการอ้างความเป็นวิถีอาเซียนด้วย พร้อมกับยกตัวอย่างภูมิภาคอื่นในโลก จะมีศาลยุโรป ศาลแอฟริกา ซึ่งหากในอาเซียนในแต่ละชาติไม่สามารถดูแลเรื่องสิทธิมนุษยชนของประเทศตนเองได้แล้ว ก็สามารถฟ้องศาลภูมิภาคได้

 

สำหรับประเด็นเรื่องแรงงานข้ามชาติกับสิทธิมนุษยชนนั้น ประธาน กสม. กล่าวว่า จะกลายเป็นประเด็นทางสังคมที่มีปัญหามากขึ้น ดังนั้น ประเทศไทยต้องใช้เวลาที่เหลือ 2 ปีนี้จัดการ ดูแลเรื่องวิธีการเคลื่อนย้ายของคนให้ได้ รวมถึงคนข้ามชาติ เช่น กรณีโรฮิงญา ทั้งบังคลาเทศ และพม่าบอกไม่ใช่พลเมืองของประเทศตน จนพวกเขากลายเป็นคนไร้รัฐนั้น การย้ายถิ่นของกลุ่มคนโรฮิงญา เราได้ตกลงกันแล้วในระดับ AICHR ว่า เป็นปัญหาภูมิภาค ไม่ใช่ปัญหาชาติ

 

"กรณีโรฮิงญาจึงเป็นประเด็นสิทธิมนุษยชนที่กลุ่มอาเซียนต้องเข้ามาดูแล รวมถึงกรรมการสิทธิระดับ AICHR และระดับชาติ ก็ได้ตกลงกันแล้วว่า ปี 2013 เราจะดูเรื่องการย้ายถิ่นของ "คนข้ามชาติ" กรณีแรงงานข้ามชาติ หรือกรณีการอพยพย้ายถิ่น"

 

ส่วนการเคลื่อนย้ายคนและแรงงาน เพื่อเข้ามาทำงานนั้น ประธาน กสม.กล่าวด้วยว่า กฎหมายแรงงาน กฎหมายคนเข้าเมืองของไทย มีปัญหาใช้ไม่ได้ ซึ่งต้องมีการจัดการ  ขณะเดียวกันหน่วยงานรัฐก็ต้องเข้าใจเรื่องสิทธิมนุษยชนด้วย เช่น กรณีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานออกมาบอกว่า ต่อไปนี้คนพม่าที่มาทำงานเมืองไทย ตั้งท้อง 3 เดือน ไล่กลับประเทศ เป็นต้น ฉะนั้น รัฐบาลต้องทำความเข้าใจประเด็นเรื่องสิทธิมนุษยชน เพราะประเด็นนี้ได้ถูกผลักดันขึ้นมาแล้วทั่วโลก

สำรวจความคิดเห็น

Loading...

สถิติการเข้าชมสูงสุด