กรีนพีซเผยพบสารก่อมะเร็งจากนิคมอุตสาหกรรมบางปู

Date : 2012-07-06 14:55:31

เผยแพร่โดย ศูนย์ข่าวอาร์เอสยูนิวส์

 

ประชาธรรม / 6 ก.ค. 2555 กรีนพีซตรวจพบโลหะหนักอันตรายและสารอินทรีย์ระเหยก่อมะเร็งปนเปื้อนในพื้นที่ลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมของนิคมอุตสาหกรรมบางปู ชี้ไร้น้ำยาในการจัดการสิ่งแวดล้อมโรงงาน

 

เมื่อวันที่ 5 ก.ค.55 มีรายงานว่า กรีนพีซเปิดเผยผลการวิเคราะห์ในพื้นที่ลักลอบทิ้งสารเคมีและน้ำเสียอุตสาหกรรมจากนิคมอุตสาหกรรมบางปู พบโลหะหนักอันตรายและสารอินทรีย์ระเหยก่อมะเร็งหลายชนิดปนเปื้อนในพื้นที่ กรีนพีซยังระบุอีกด้วยว่า นิคมอุตสาหกรรมบางปูต้องมีภาระรับผิดในเรื่องนี้

 

 

ผลการวิเคราะห์ตัวอย่างสารเคมีและน้ำเสียอุตสาหกรรมพบว่า

 

หนึ่ง บริเวณลำรางน้ำสาธารณะหน้าบริษัทรับกำจัดกากอุตสาหกรรม พบโลหะหนักบางชนิดในตัวอย่างน้ำ เช่น นิกเกิลและเหล็ก และพบสารอินทรีย์ระเหยง่าย ไดคลอโรมีเทน ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งและทำลายระบบประสาท และมีการสะสมของโลหะหนักในตะกอนดินในปริมาณสูง เช่น นิกเกิล สังกะสี เหล็กและโครเมียม ซึ่งแสดงถึงการปนเปื้อนสะสมเป็นระยะเวลานาน

 

สอง ตัวอย่างน้ำจากรถขนสารเคมี ผลตรวจวิเคราะห์ยืนยันว่าเป็นกากอุตสาหกรรมประเภทของเหลวที่มีความเป็นอันตราย อาจเป็นสารเคมีที่เหลือทิ้งจากกระบวนการผลิต โดยพบว่ามีการปนเปื้อนโลหะหนักหลายชนิดในปริมาณที่สูงเกินมาตรฐานหลายสิบถึงร้อยเท่า เช่น นิกเกิล สังกะสี ตะกั่ว โครเมียม และ เหล็ก นอกจากนี้ยังพบสารอินทรีย์ระเหยง่ายปริมาณสูง เช่นเดียวกันคือ เบนซีน ทราน1-2ไดคลอโรเอทิลลีน ไดคลอโรมีเทน เอทิลเบนซีน สไตลีน เตตระคลอโรเอทธิลีน โทลูอีน ไตรคลอโรเอทิลลีน และไซลีน

 

สาม ตัวอย่างน้ำและตะกอนดินบริเวณบ่อกุ้งร้างหลังสภ.บางปู พบโลหะหนักในปริมาณสูงเกินมาตรฐานแหล่งน้ำผิวดิน 2-10เท่า เช่น นิกเกิล สังกะสี ตะกั่ว เหล็ก โครเมียม และมีการสะสมของโลหะหนักในตะกอนดินในปริมาณสูง เช่น นิกเกิล สังกะสี ตะกั่ว โครเมียม และเหล็ก ซึ่งแสดงถึงการปนเปื้อนสะสมเป็นระยะเวลานาน ตัวอย่างน้ำยังพบสารอินทรีย์ระเหยง่ายปริมาณสูงเช่นเดียวกันเช่น เบนซีน ไดคลอโรมีเทน เอทิลเบนซีน โทลูอีน และไซลีน

 

นายพลาย ภิรมย์ ผู้จัดการฝ่ายรณรงค์ประเทศไทย  กรีนพีซ  เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า  เป็นที่ชัดเจนว่าการลักลอบทิ้งสารเคมีและน้ำเสียที่เกิดขึ้นมีการดำเนินการเป็นขบวนการเป็นอาชญากรรมสิ่งแวดล้อมที่ต้องมีผู้รับภาระรับผิด แม้ว่าประเทศไทยมีกฎหมายหลายฉบับในการจัดการของเสียจากอุตสาหกรรม แต่ในความเป็นจริงมีช่องโหว่อีกมากในระบบที่ขาดการติดตามตรวจสอบว่าการกำจัดของเสียดังกล่าวเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎระเบียบที่กำหนดไว้หรือไม่   เพราะบางกรณีบริษัทผู้รับบำบัดกลับไปของเสียดังกล่าวไปทิ้งโดยที่ไม่มีการบำบัดใดเพื่อการประหยัดค่าใช้จ่าย

 

"กรีนพีซเรียกร้องให้นิคมอุตสาหกรรมบางปูเข้ามารับผิดชอบในเรื่องนี้เพื่อยุติขบวนการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมดังกล่าว เพราะมีหลักฐานชัดเจนแล้วว่าของเสียเหล่านั้นเป็นสารเคมีที่มีพิษซึ่งเป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมและประชาชน   นอกจากนี้ในส่วนของรัฐบาลไม่ควรมีการใช้ประเด็นนี้เป็นข้ออ้างในการเปิดใช้โรงบำบัดน้ำเสียคลองด่าน ซึ่งนอกจากเป็นโครงการที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตแล้ว การปล่อยน้ำจืดปริมาณมหาศาลลงสู่อ่าวไทยจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบนิเวศทางทะเลด้วย" นายพลายระบุ

สำรวจความคิดเห็น

Loading...

สถิติการเข้าชมสูงสุด