สภาพัฒน์ฯ เผยนักลงทุน 30% ต้องการย้ายที่ตั้ง รง. แนะหาพื้นที่ศก.ใหม่รองรับ

Date : 2012-01-26 14:01:34

 

รายงานโดย ณัฐนันท์ อิทธิยาภรณ์

 

ศูนย์ข่าวสารนโยบายสาธารณะ/ 25 ม.ค. 2555  เลขาธิการ สศช. ระบุ สร้างอนาคตประเทศให้ดีกว่าเดิม ปลูกป่าต้นน้ำ- สร้างการมีส่วนร่วมเป็นเรื่องสำคัญ เชื่อทำได้จริง พื้นที่กลางน้ำ-ปลายน้ำ ไม่จำเป็นต้องมีสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่

 

นายอาคม เติมวิทยาไพสิฐ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวปาฐกถาพิเศษ “ทิศทางประเทศไทยกับความเชื่อมั่นด้านภัยพิบัติ” ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ ตอนหนึ่งถึงความพยายามของรัฐบาลพยายามในการเร่งรีบแก้ปัญหาการบริหารจัดการน้ำ เพื่อสร้างความมั่นใจ หากน้ำในปีนี้มีปริมาณเท่ากับปีที่ผ่านมา กระบวนการบริหารจัดการจึงต้องดีกว่า หรือหากมีปริมาณน้ำมากขึ้น ผลกระทบต้องลดน้อยลง ดังนั้นจึงต้องมีการสร้างอนาคต  ปลูกสร้าง ซ่อมแซม ปรับปรุงให้ดีกว่าเดิม (build back better) 

 

"การสร้างให้ดีกว่าเดิมนั้น นอกจากมีมาตรการเร่งด่วน 6 มาตรการตามที่ กยน. เสนอแล้ว ต้องมีมาตรการเพิ่มเติมในเรื่องของการอนุรักษ์ป่าต้นน้ำ เพื่อเป็นแหล่งซับน้ำ และต้องสร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ไม่เช่นนั้นมาตรการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นมาตรการเชิงสิ่งก่อสร่าง หรือไม่ใช่สิ่งก่อสร้าง ก็ไม่สามารถประสบความสำเร็จได้ เพราะมนุษย์ถือเป็นปัจจัยชี้ขาด"

 

ส่วนโครงการก่อสร้างที่จะมีขึ้นในระยะเร่งด่วนนั้น นายอาคม กล่าวว่า ส่วนใหญ่จะเน้นก่อสร้างโครงการขนาดเล็ก เล็กจิ๋วและขนาดกลาง เนื่องจากการลงทุนนั้น ไม่ต้องลงทุนมากจนเกินความจำเป็น เพราะปัญหาในเรื่องการบริหารจัดการน้ำบางครั้งไม่ได้เกิดจากเรื่องสิ่งก่อสร้าง วิศวกรรม แต่เป็นเรื่องของการบริหาร การมีส่วนร่วมของประชาชนในเรื่องของความเข้าใจ และการร่วมกันอนุรักษ์ป่า ฉะนั้น หากมีการจัดการเรื่องป่าต้นน้ำ ระบบพร่องน้ำที่ดี สิ่งก่อสร้างบริเวณกลางน้ำ ปลายน้ำก็ไม่มีความจำเป็นที่ต้องสร้างให้ใหญ่โตมโหฬาร การพิจารณาในเรื่องสิ่งก่อสร้าง จึงต้องคำถึงถึงความคุ้มค่า ทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม

 

สำหรับการออกแบบสิ่งก่อสร้างป้องกันน้ำท่วมในนิคมอุตสาหกรรมนั้น นายอาคม กล่าวว่า ในต่างประเทศมีการออกแบบสิ่งก่อสร้างไว้หลาย scenario รวมทั้งมีการพิจารณาในเรื่องของรอบการเกิดอุบัติภัย เพื่อเป็นองค์ประกอบในการตัดสินใจว่า การลงทุนขนาดใดถึงจะเหมาะสม

 

“นอกจากเรื่องการป้องกัน  สิ่งที่ต้องพิจารณา คือ ระบบคมนาคมขนส่ง เมื่อเกิดเหตุการณน้ำท่วม วัสดุ สินค้า รวมถึงคนงานต้องสามารถเข้าออกโรงงานได้ ซึ่ง คณะกรรมการ กยอ. ได้เสนอทางเลือกในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานใหม่ในอนาคต อาทิ วงแหวนรอบที่ 3 เพื่อรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจของกรุงเทพและปริมณฑล ระบบรถไฟ เพื่อการเดินทางของประชาชน รถไฟความเร็วสูง ทางหลวงเพิ่มเติมต่างๆ สิ่งเหล่านี้จะช่วยสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ ความสามารถในการแข่งขันของประเทศ"

 

ช่วงท้ายนายอาคม กล่าวถึงทิศทางอุตสาหกรรมไทยด้วยว่า ผลการสำรวจของเจโทร พบว่า นักลงทุน 70% จะไม่ย้ายฐานการผลิต ขณะที่อีก 30% แม้จะยังคงเดินหน้าประกอบธุรกิจในประเทศไทย แต่ต้องการย้ายพื้นที่ ดังนั้น จำเป็นต้องมีการพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจใหม่ โดยต้องพิจารณาร่วมกันว่า พื้นที่ใดจะมีศักยภาพในการรองรับอุตสาหกรรม รวมถึงไม่มีความเสี่ยงในเรื่องของน้ำท่วม ทั้งนี้ ได้มีการไปมองพื้นที่แนวเศรษฐกิจด้านตะวันออก (East-West Corridor)  และพื้นที่เศรษฐกิจด้านตะวันตก (Southern Corridor) ขณะที่รัฐบาลต้องมีมาตรการจูงใจ ทั้งมาตรการทางภาษี บีโอไอ รวมถึงโครงสร้างพื้นฐาน การสร้างทางหลวง ระบบรถไฟฟ้าที่เชื่อมต่อกับพื้นที่เศรษฐกิจใหม่ เพื่อการคมนาคมขนส่งที่รวดเร็ว

 

ส่วนสถานการณ์ฝนในปีนี้จะเป็นอย่างไรนั้น นายอาคม กล่าวด้วยว่า กยน. ได้มีมาตรการเร่งด่วนเพื่อรับมือกับฤดูฝนไว้แล้ว แต่ขณะนี้พบว่า ปริมาณน้ำในเขื่อนมีมากกว่าค่าเฉลี่ยของปีที่แล้ว 2-3 เท่า ซึ่งก็เป็นการส่งสัญญาณว่า ปริมาณน้ำในปีนี้มากกว่าปีที่แล้วหลายเท่า แนวความคิดเดิมในเรื่องการบริหารจัดการน้ำในเขื่อน เพื่อกักเก็บน้ำสำหรับการเกษตร ผลิตกระแสไฟฟ้า คงต้องคำนึงถึงเรื่องของน้ำท่วมด้วย เพื่อให้เกิดความสมดุล และต้องมีแผนการปล่อยน้ำประจำปีที่ชัดเจน ทั้งนี้ เพื่อให้หน่วยปฏิบัติสามารถทำงานได้ โดยเฉพาะกรมชลประทาน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ขณะเดียวกัน ต้องมีการเตรียมพื้นที่ในการรับน้ำไว้ด้วย

 

“ส่วนการกำหนดพิกัดพื้นที่รับน้ำจะกว้างใหญ่เพียงใดนั้น ขึ้นอยู่กับการพยากรณ์ แบบจำลองว่าตั้งอยู่บนสมมุติฐานใด มีความเป็นไปได้ โอกาสที่จะเกิดขึ้นมากน้อยเพียงใด ซึ่งเรื่องนี้นักวิชาการต้องร่วมกันคิด วิเคราะห์ เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน อย่างไรก็ตาม สุดท้ายแล้วคงต้องมีแผนบริหารจัดการความเสี่ยง เพื่อเหลือเพื่อขาดควบคู่ไปด้วย"

แสดงความคิดเห็น

ล็อกอินเข้าระบบสมาชิก!

แจ้งสมาชิกสมาชิกเว็บไซต์

เนื่องด้วยตอนนี้เกิดปัญหาจากสมาชิกบางท่านที่แสดงความคิดเห็นอันไม่พึงประสงค์ ทั้งมีการแสดงความเห็นที่หยาบคาย และบางความเห็นมีการหมิ่นสถาบันเบื้องสูง ซึ่งทางเว็บไซต์ ไม่สามารถยอมให้เกิดขึ้นได้ ดังนั้น จึงมีความจำเป็นที่ต้องปรับเปลี่ยนระบบการเปิดแสดงความคิดเห็น โดยทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์อนุญาตให้แสดงความคิดเห็นได้เฉพาะสมาชิกเท่านั้น เพื่อเป็นการยืนยันตนของผู้โพส หากเป็นสมาชิกแล้ว login ที่นี่ หากยังไม่เป็นสมาชิกสมัครได้ ที่นี่

ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ปาฐกถาพิเศษเรื่อง "บูรพาภิวัตน์ : ภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจโลกใหม่" จากงานสัมมนา "บูรพาภิวัตน์ : ฤาโลกจะกลับขั้วอำนาจ" เปิดยุทธศาสตร์ประเทศไทยในยุค "เอเชียผงาด"

มุมมองของเจิมศักดิ์

1. ปตท.- การบินไทยหนุนคลังขายหุ้น 2% ไม่กระทบฐานะ - น..

2. พิสูจน์ฝีมือรัฐ ยุบรวม ‘3 กองทุน’

3. “ อภิสิทธิ์ ” ชี้ ข้อเสนอนิติราษฎร์ กรณี ส.ส.ร. ไ..

4. จักรพันธุ์ ปัดปรับผังข่าวช่อง 9 ก่อนครบสัญญามิ.ย.น..

5. นโยบาย "แก้ผ้าเอาหน้ารอด" ขายหุ้นเพื่อซุกหนี้

6. กรณ์ ห่วงหมกเม็ดแปรรูป ปตท. ลอยแพประชาชน จ่ายค่าพล..

7. ผู้ว่าฯ กาญจน์ดันแผนยุทธศาสตร์รับ ‘ทวาย’ หวังรัฐบา..

8. ต่างชาติฮุบที่ 100 ล้านไร่

9. อภิสิทธิ์ ชี้ รบ.อ้างฟื้นฟูน้ำท่วมหวังกู้เงินเพิ่ม..

10. บุหรี่กานพลู ขายเกลื่อนภัยคุกคามใหม่ ฮิตในหมู่วัยร..