หวั่นท่วมซ้ำแห่ทิ้งนิคม สหรัตนนคร

Date : 2012-01-27 13:33:17

 

ไทยรัฐ / 26 ม.ค. 2555 นักลงทุนกว่าครึ่งประกาศเลขายที่ดินย้ายหนี นิคมสหรัตนนคร หลังไม่มั่นใจแผนสร้างเขื่อน-ป้องกันน้ำท่วม ขณะที่ รมว.อุตฯ คนใหม่ เล็งเจรจาคลังของบเพิ่มสร้างเขื่อนให้นิคมอุตสาหกรรม ขณะที่โพล สสส.ชี้คนไทยไม่เห็นด้วยกรุงเทพฯ ชั้นในแห้ง รอบนอกอ่วม

 

นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานฟื้นฟูนิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนคร เปิดเผยว่า ขณะนี้มีผู้ประกอบการโรงงานในนิคมฯ สหรัตนนครได้ประกาศขายโรงงานรวมถึงการย้ายออกจากพื้นที่นิคมฯ แล้ว 14 รายจากที่มีอยู่ 43 โรงงาน หลังจากที่นักลงทุนยังกังวลเกี่ยวกับแผนป้องกันน้ำของนิคมฯ เนื่องจากผู้พัฒนานิคมฯ ยังอยู่ในแผนฟื้นฟูกิจการจึงไม่สามารถขอสินเชื่อในการสร้างเขื่อนฯ ได้คล่องตัวเหมือนกับนิคมฯ แห่งอื่น เพราะต้องรอเจ้าหนี้ให้ความเห็นชอบก่อน ขณะเดียวกันทราบว่าโรงงานอีก 3 แห่งยังไม่ได้ส่งพนักงานมาทำความสะอาดและฟื้นฟูกิจการหลังจากที่ประสบปัญหาน้ำท่วม และยังไม่สามารถติดต่อเจ้าของกิจการได้เลย ซึ่งคาดว่าคงจะมีแนวโน้มที่จะย้ายโรงงานไปที่อื่นเช่นกัน ทั้งนี้ส่วนใหญ่ที่ย้ายออกจากพื้นที่จะเป็นนักลงทุนจากญี่ปุ่น โดยมีการย้ายไปอยู่ที่จังหวัดสระบุรี, ลพบุรี และภาคตะวันออก เนื่องจากหลายโรงงานมีคำสั่งซื้อ (ออเดอร์) ตกค้างที่ยังไม่สามารถผลิตส่งมอบให้ลูกค้าอีกจำนวนมาก จึงต้องหาที่ผลิตชั่วคราวก่อนที่จะย้ายไปที่อื่นอย่างถาวร

 

“บางโรงงานซื้อที่ดินเป็นของตัวเองก็ประกาศขายที่ดินทิ้งก่อนที่ย้ายออกไปที่อื่น ส่วนโรงงานที่เช่าพื้นที่อยู่ก็ทราบว่า เดือน มี.ค.นี้หลายรายก็จะไม่จ่ายค่าส่วนกลางแล้ว ซึ่งขณะนี้ยังมีผู้ประกอบการอีก 16 รายที่อยู่ระหว่างการปรับปรุงพื้นที่ คาดว่าจะสามารถเดินเครื่องได้ประมาณช่วงเดือน เม.ย. ส่วนที่เหลือก็เริ่มดำเนินการเดินเครื่องแล้ว”

 

สำหรับแผนการสร้างเขื่อนป้องกันนํ้าของนิคมฯ สหรัตนนครเบื้องต้น ได้ยื่นขอกู้เงินจากธนาคารออมสิน 240 ล้านบาท ระยะทาง 8 กิโลเมตร (กม.) ในพื้นที่ 1,100 ไร่ แต่ยังมีพื้นที่อีก 300 ไร่เป็นพื้นที่ว่างที่ผู้พัฒนานิคมยังไม่สามารถสร้างเขื่อนได้ เพราะต้องรอเจ้าหนี้พิจารณาอีกรอบหนึ่ง

 

รมว.อุตฯใหม่หน้าตื่นสร้างความเชื่อมั่น

 

ด้านนายสมเกียรติ ภู่ธงชัยฤทธิ์ อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานฟื้นฟูนิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน กล่าวว่า ขณะนี้ผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรมบางปะอินได้เริ่มก่อสร้างเขื่อนป้องกันน้ำรอบพื้นที่นิคมฯแล้วและจะเร่งให้เสร็จภายในเดือน พ.ค.-มิ.ย.นี้ ล่าสุดก่อสร้างไปแล้ว 1 กม. จาก 11 กม. โดยใช้งบประมาณของบริษัทไปก่อน ขณะรอธนาคารออมสินอนุมัติเงินกู้ 700 ล้านบาท เพราะหากรอให้ธนาคารอนุมัติเงินจะเสร็จช้าอาจไม่ทันรับมือฤดูฝนที่กำลังจะมา ทั้งนี้ การก่อสร้างเขื่อนของนิคมฯบางปะอินถือเป็นแห่งแรกของนิคมฯ อุตสาหกรรมทั้ง 7 แห่งที่ถูกน้ำท่วม ซึ่งทำให้นักลงทุนที่อยู่ในนิคมฯ จำนวน 90 รายได้แสดงความมั่นใจ

 

ม.ร.ว.พงษ์สวัสดิ์ สวัสดิวัตน์ รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังเข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวง เนื่องในโอกาสเข้ารับตำแหน่งใหม่ ว่าภารกิจสำคัญที่ต้องเข้ามาทำอย่างเร่งด่วน คือ การฟื้นฟูความเชื่อมั่นนักลงทุนต่างชาติหลังจากประสบวิกฤติอุทกภัย โดยจะเริ่มภารกิจแรกด้วยการไปชักจูงการลงทุนที่ประเทศอินเดีย ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ในวันที่ 24-27 ม.ค. โดยได้พาผู้ประกอบการไทยกว่า 30 ราย ร่วมเดินทางไปพบนักธุรกิจอินเดียด้วย และต้องสร้างความมั่นใจให้ผู้ประกอบการไทย โดยการเร่งสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วม ดูแลพนังกั้นน้ำนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่า จะสามารถป้องกันน้ำท่วมปีนี้ได้ ทั้งนี้ จะได้หารือกับนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ถึงงบประมาณที่จะใช้ดูแลนิคมอุตสาหกรรม ถ้านายกิตติรัตน์ เห็นชอบและอาจใช้กองทุนส่งเสริมการประกันภัยพิบัติเข้ามาสนับสนุนการสร้างเขื่อนกั้นน้ำ

 

โพล สสส.แนะเร่งแก้มลิง-ระบบระบายน้ำ

 

ขณะเดียวกันนางมิ่งสรรพ์ ขาวสอาด ผู้อำนวยการแผนงานสร้างเสริมนโยบายสาธารณะที่ดี (นสธ.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เปิดเผยว่า จากการสำรวจความคิดเห็นของประชาชน 3,048 คน แบ่งในกรุงเทพฯ จ.นนทบุรี และปทุมธานี เรื่องการจัดการอุทกภัยที่เกิดขึ้นในเขต กทม.และปริมณฑลปี พ.ศ. 2554 พบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับมาตรการป้องกันน้ำท่วมพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นใน โดยคนกรุงเทพฯ เห็นด้วยเพียง 44.8% ชาวปทุมธานีเห็นด้วยเพียง 50.3% และชาวนนทบุรีเห็นด้วยเพียง 32.2% ขณะที่แนวทางการแก้ปัญหาในอนาคต กลุ่มตัวอย่างมากกว่า 60% เห็นด้วยกับมาตรการด้านการลงทุนและก่อสร้าง เช่น สร้างระบบแบบแก้มลิง ระบบระบายน้ำขนาดใหญ่ และระบบคลองย่อย ขณะที่กลุ่มตัวอย่างที่เหลือ เห็นด้วยกับมาตรการที่ไม่ใช่การก่อสร้าง เช่น การควบคุมการใช้ที่ดิน การจัดการความขัดแย้งและการจัดตั้งองค์กรอิสระดูแลปัญหาน้ำท่วมอย่างบูรณาการ

 

สำหรับหน่วยงานที่กลุ่มตัวอย่างในปทุมธานีเห็นว่าให้ความช่วยเหลือช่วงน้ำท่วมมีประสิทธิภาพมากที่สุด คือ องค์กรในท้องถิ่น เช่น กรรมการหมู่บ้านและ ส.ส.ในพื้นที่ รองมาคือทหาร ส่วนกรุงเทพฯ และนนทบุรีเห็นว่า ทหารมีประสิทธิภาพมากที่สุด ขณะที่การรับรู้ข่าวสารในช่วงน้ำท่วม รับข้อมูลผ่านทางโทรทัศน์เป็นอันดับหนึ่ง รองมาคือวิทยุ

 

นางมิ่งสรรพ์ กล่าวว่า จากผลสำรวจดังกล่าว นสธ.ขอเสนอให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับการสนับสนุนองค์กรปกครองท้องถิ่นให้มีบทบาทสูงในการรับมือกับอุทกภัย และสร้างความรู้ความเข้าใจถึงความสำคัญในการป้องกันพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นในว่าไม่ใช่เรื่องเศรษฐกิจ แต่เป็นการคุ้มครองชีวิตคน 5-6 ล้านคน รวมทั้งเพิ่มช่องทางการรับรู้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับน้ำท่วมนอกจากโทรทัศน์ โดยเฉพาะพื้นที่ห่างไกล เช่น การส่งข้อความผ่านโทรศัพท์มือถือ เป็นต้น.

แสดงความคิดเห็น

ล็อกอินเข้าระบบสมาชิก!

แจ้งสมาชิกสมาชิกเว็บไซต์

เนื่องด้วยตอนนี้เกิดปัญหาจากสมาชิกบางท่านที่แสดงความคิดเห็นอันไม่พึงประสงค์ ทั้งมีการแสดงความเห็นที่หยาบคาย และบางความเห็นมีการหมิ่นสถาบันเบื้องสูง ซึ่งทางเว็บไซต์ ไม่สามารถยอมให้เกิดขึ้นได้ ดังนั้น จึงมีความจำเป็นที่ต้องปรับเปลี่ยนระบบการเปิดแสดงความคิดเห็น โดยทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์อนุญาตให้แสดงความคิดเห็นได้เฉพาะสมาชิกเท่านั้น เพื่อเป็นการยืนยันตนของผู้โพส หากเป็นสมาชิกแล้ว login ที่นี่ หากยังไม่เป็นสมาชิกสมัครได้ ที่นี่

ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ปาฐกถาพิเศษเรื่อง "บูรพาภิวัตน์ : ภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจโลกใหม่" จากงานสัมมนา "บูรพาภิวัตน์ : ฤาโลกจะกลับขั้วอำนาจ" เปิดยุทธศาสตร์ประเทศไทยในยุค "เอเชียผงาด"

มุมมองของเจิมศักดิ์

1. ปตท.- การบินไทยหนุนคลังขายหุ้น 2% ไม่กระทบฐานะ - น..

2. พิสูจน์ฝีมือรัฐ ยุบรวม ‘3 กองทุน’

3. “ อภิสิทธิ์ ” ชี้ ข้อเสนอนิติราษฎร์ กรณี ส.ส.ร. ไ..

4. จักรพันธุ์ ปัดปรับผังข่าวช่อง 9 ก่อนครบสัญญามิ.ย.น..

5. นโยบาย "แก้ผ้าเอาหน้ารอด" ขายหุ้นเพื่อซุกหนี้

6. กรณ์ ห่วงหมกเม็ดแปรรูป ปตท. ลอยแพประชาชน จ่ายค่าพล..

7. ผู้ว่าฯ กาญจน์ดันแผนยุทธศาสตร์รับ ‘ทวาย’ หวังรัฐบา..

8. ต่างชาติฮุบที่ 100 ล้านไร่

9. อภิสิทธิ์ ชี้ รบ.อ้างฟื้นฟูน้ำท่วมหวังกู้เงินเพิ่ม..

10. บุหรี่กานพลู ขายเกลื่อนภัยคุกคามใหม่ ฮิตในหมู่วัยร..