ต่างชาติฮุบที่ 100 ล้านไร่

Date : 2012-01-24 12:04:37

 

กรุงเทพธุรกิจ / 24 ม.ค. 2555  ปัญหาการแย่งชิงทรัพยากรธรรมชาติกำลังกลายเป็นวิกฤตการณ์ที่ลุกลามไปทั่วโลก โดยเฉพาะการกว้านซื้อหรือเช่าที่ดินในประเทศกำลังพัฒนาจากบรรดานายทุนหัวใสจากชาติตะวันตก เพื่อประกอบธุรกิจหลากหลายรูปแบบโดยอาศัยช่องโหว่ของกฎหมายในประเทศนั้นๆ

 

ประเทศไทยก็เช่นเดียวกัน ตลอดหลายปีที่ผ่านมามีนายทุนข้ามชาติเข้ามาซื้อพื้นที่เกษตรกรรมเพื่อทำการเกษตร และจัดหาที่ดินตามแหล่งท่องเที่ยวเพื่อทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ แม้เมืองไทยจะมีพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกอบธุรกิจคนต่างด้าว พ.ศ.2542 คุ้มครองอยู่ แต่ก็มีช่องว่างในเรื่องของ “ตัวแทนเชิด” หรือ “นอมินี” จนทำให้กรรมสิทธิ์ที่ดินตกอยู่ในมือนักลงทุนต่างชาติจำนวนมาก

 

ปัญหาเรื่องการใช้ “นอมินี” กว้านซื้อที่ดินให้กับชาวต่างชาติ โดยเฉพาะตามแหล่งท่องเที่ยวสำคัญๆ ของประเทศนั้น เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินกำลังจับตามอง และเตรียมดำเนินการเชิงรุกด้วยการเสนอร่างกฎหมายใหม่เพื่อยุติวงจรการค้าข้ามชาติที่ส่งผลกระทบต่อทรัพยากรโดยเฉพาะการใช้ที่ดินดังกล่าวนี้

 

นายศรีราชา เจริญพานิช ผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวกับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า ปัญหาเกิดจากสภาพสังคมและเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันที่เอื้อให้ชาวต่างชาติเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ จากการตรวจสอบข้อมูลอย่างรอบด้านพบว่า พื้นที่ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง อาทิ พัทยา (จ.ชลบุรี) หัวหิน (จ.ประจวบคีรีขันธ์) ชะอำ (จ.เพชรบุรี) เกาะสมุย (จ.สุราษฎร์ธานี) และภูเก็ต มีชาวต่างชาติอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น โดยเฉพาะชาวสวีเดน เห็นได้ชัดกรณีเหตุการณ์สึนามิเมื่อปี 2547 ที่ชาวสวีเดนเสียชีวิตมากกว่าชาติอื่น จึงทำให้เกิดข้อสงสัยและมีการตรวจสอบตามมา

 

พบสวีเดนขอวีซ่าเข้าไทย 4 แสนคนต่อปี

 

นายศรีราชา กล่าวต่อว่า ได้ทราบข้อเท็จจริงจากเอกอัครราชทูตไทยประจำสวีเดนว่า ในแต่ละปีมีชาวสวีเดนขอทำวีซ่าเดินทางเข้าประเทศไทยประมาณ 400,000 คน และที่น่าตกใจก็ คือ ขณะนี้มีชาวสวีเดนเข้ามาตั้งถิ่นฐานเป็นบ้านแห่งที่ 2 ในประเทศไทยจำนวนหลายแสนคน โดยส่วนใหญ่เป็นคนที่มีอายุ 55 ปีขึ้นไป คนเหล่านี้มีเงินบำเหน็จบำนาญพอเลี้ยงตัว แต่สาเหตุที่นิยมเดินทางมาประเทศไทย เพราะค่าครองชีพถูก ผิดกับที่สวีเดนซึ่งมีค่าครองชีพสูงมาก

 

“เหล่านี้เป็นแหล่งผลักดันให้ชาวสวีเดนเข้ามาตั้งถิ่นฐานในประเทศไทย บางครั้งก็แต่งงานกับผู้หญิงไทย จากนั้นจะให้ภรรยาคนไทยกว้านซื้อที่ดินและปลูกสร้างบ้าน คาดว่าปัจจุบันน่าจะมีประมาณ 1 แสนหลังคาเรือน” ผู้ตรวจการแผ่นดิน ระบุ

 

แฉต่างชาติฮุบที่ดินไทย 100 ล้านไร่

 

นายศรีราชา กล่าวอีกว่า จากการเก็บข้อมูลศึกษาอย่างเป็นระบบ พบว่ากลุ่มชาวต่างชาติที่เข้ามาอาศัยอยู่ในประเทศไทยจะอยู่รวมกันเป็นชุมชน และอยู่กันเป็นกลุ่มเชื้อชาติเดียวกัน เช่น พื้นที่พัทยา ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มชาวเยอรมัน และประเทศโซนยุโรป รวมทั้งกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง โดยจะอยู่รวมกันและมีระบบดูแลกันเหมือนระบบมาเฟีย

 

“เท่าที่ประเมินคร่าวๆ พบว่าชาวต่างชาติมาซื้อที่ดินและเป็นเจ้าของที่ดินโดยอ้อมในประเทศไทยจากการใช้นอมินีคนไทยประมาณ 1 ใน 3 ของที่ดินทั้งประเทศ กล่าวคือ ประมาณ 100 ล้านไร่จาก 320 ล้านไร่ ซึ่งเป็นที่ดินที่อยู่ในมือชาวต่างชาติ โดยคนเหล่านี้เข้ามาครอบครองทำประโยชน์ในเชิงเกษตรกรรมและประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์”

 

ตั้งบริษัทนอมินีจ้างคนไทยถือหุ้น

 

นายศรีราชา กล่าวอีกว่า การเข้ามาครอบครองที่ดินเพื่อทำประโยชน์เชิงเกษตรกรรม จะเข้ามาในรูปแบบของการขอเช่าที่ดินเพาะปลูก จากนั้นจะจ้างคนไทยปลูกพืชที่เป็นทรัพยากรของไทย โดยผลผลิตที่ได้ทั้งหมดจะนำออกนอกประเทศ ขณะที่ประเทศไทยไม่ได้ผลประโยชน์อะไร

 

ส่วนการประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะมีขบวนการจัดตั้งเป็น “บริษัทหลอก” ขึ้นมา โดยอ้างว่าเป็นบริษัทของคนไทย มีการจ้างให้คนไทยจดทะเบียนถือหุ้น 51 เปอร์เซ็นต์ และชาวต่างชาติถือหุ้น 49 เปอร์เซ็นต์ตามกฎหมาย แต่ใน 51 เปอร์เซ็นต์ที่จดทะเบียนนั้น ไม่มีใครทราบว่าคนไทยถือหุ้นจริงกี่เปอร์เซ็นต์ หรือถ้าถือหุ้นจริงอาจมีเพียง 1-10 เปอร์เซ็นต์ จากนั้นก็จ้างบริษัทกฎหมายที่รับจดทะเบียนให้ดำเนินการจดทะเบียนแบบเลี่ยงข้อกฎหมาย

 

พบโรงแรมภูเก็ต 80% เป็นต่างชาติ

 

“ตัวอย่างที่เห็นชัดเจน คือ ที่ จ.ภูเก็ต มีการตั้งบริษัทหลอกๆ ขึ้นกว่า 120 บริษัท โดยชื่อกรรมการบริษัทเป็นบุคคลเดียวกัน ถือเป็นรูปแบบที่ทำเหมือนกันทั้งหมด และที่น่าสนใจ คือ ชาวต่างชาติเอาที่ดินไทยเป็นเครื่องมือทำธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ โดยสร้างบ้านหรือคอนโดมิเนียมเพื่อขายให้คนชาติเดียวกันหรือชาติอื่นที่ต้องการมีบ้านหลังที่ 2 ในประเทศไทย โดยที่คนไทยไม่มีโอกาสได้รับรู้” ผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าว และว่า

 

“ขณะนี้วิธีการดังกล่าวเริ่มระบาดมากขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่ จ.ภูเก็ต พบว่าโรงแรมกว่า 80 เปอร์เซ็นต์เป็นของชาวต่างชาติ และหากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไปคนไทยจะไม่มีแผ่นดินอยู่”

 

เดินหน้ายกร่าง พ.ร.บ.ตัวแทนอำพราง

 

นายศรีราชา กล่าวด้วยว่า จากปัญหาดังกล่าว สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินจึงมีแนวคิดที่จะเสนอให้รัฐสภาออกกฎหมายเพื่อพิทักษ์ผลประโยชน์ของคนไทย ซึ่งเรียกว่า ร่าง พ.ร.บ.ตัวแทนอำพราง โดยเขียนกฎหมายให้สามารถลงโทษคนที่ทำหน้าที่เป็น “ตัวแทนเชิด” หรือ “นอมินี” ให้กับชาวต่างชาติ มีอัตราโทษสำหรับพวกนอมินีทั้งหลายเช่นเดียวกับชาวต่างชาติกระทำความผิดเอง

 

นอกจากนั้น จะกำหนดโทษหนักขึ้นเป็นเท่าตัวสำหรับบุคคลหรือนิติบุคคลที่ทำหน้าที่แนะนำ เช่น สำนักงานกฎหมายซึ่งมีส่วนรู้เห็น และคิดวิธีการจดทะเบียนเลี่ยง ก็จะมีบทลงโทษเป็นตัวการร่วม ส่วนชาวต่างชาติที่ตั้งนอมินีกระทำการแทน มีบทลงโทษด้วยการเนรเทศออกนอกประเทศ และยึดทรัพย์ทั้งหมดเป็นของชาติ

 

“ผมคิดว่าหากประกาศใช้กฎหมายนี้ทันที จะมีปฏิกิริยาต่อต้าน จึงมีแนวคิดว่าน่าจะใช้วิธีอะลุ่มอล่วยโดยให้ผู้ที่กระทำความผิดมีโอกาสกลับตัวเป็นเวลา 1 ปี โดยในระยะเวลา 1 ปีนี้จะต้องขายที่ดินคืนให้กับคนไทยทั้งหมด แต่ถ้าไม่ดำเนินการก็จะมีความผิดตามกฎหมาย วิธีนี้ถือเป็นการแก้ปัญหาได้ระดับหนึ่ง นอกจากนั้นอาจต้องให้สินบนนำจับเพื่อชี้ช่องหาตัวผู้กระทำความผิด โดยให้เปอร์เซ็นต์กับคนที่แจ้งเบาะแส อาทิ หากยึดที่ดินมาแล้ว เมื่อขายเข้าตลาดหลักทรัพย์จะให้รางวัล 10-25 เปอร์เซ็นต์ของเงินที่ขายได้ เป็นต้น” นายศรีราชา ระบุ

 

คาดอีก 2 เดือนชงร่างกฎหมายเข้าสภา

 

นายศรีราชา กล่าวอีกด้วยว่า ร่าง พ.ร.บ.ตัวแทนอำพราง จะเปิดช่องให้มีการตั้งคณะกรรมการร่วมระหว่างกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ กรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อให้ทำงานสอดประสานกันในการตรวจสอบชาวต่างชาติที่เข้ามาประกอบธุรกิจในประเทศไทย เพราะทุกวันนี้ไม่มีการประสานงานกันจนเกิดปัญหาตามมามากมาย

 

ทั้งนี้ร่าง พ.ร.บ.ตัวแทนอำพราง มีเนื้อหาแตกต่างจาก พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจคนต่างด้าว พ.ศ.2542 อยู่หลายประเด็น โดยจุดเด่น คือ เป็นร่างกฎหมายเพื่อปกป้องด้านทรัพยากรของชาติ และคาดว่าอีกไม่นานร่างกฎหมายฉบับนี้จะเสร็จสมบูรณ์ 100 เปอร์เซ็นต์ โดยจะสามารถยื่นต่อสภาผู้แทนราษฎรให้พิจารณาได้ภายใน 2 เดือน

แสดงความคิดเห็น

ล็อกอินเข้าระบบสมาชิก!

แจ้งสมาชิกสมาชิกเว็บไซต์

เนื่องด้วยตอนนี้เกิดปัญหาจากสมาชิกบางท่านที่แสดงความคิดเห็นอันไม่พึงประสงค์ ทั้งมีการแสดงความเห็นที่หยาบคาย และบางความเห็นมีการหมิ่นสถาบันเบื้องสูง ซึ่งทางเว็บไซต์ ไม่สามารถยอมให้เกิดขึ้นได้ ดังนั้น จึงมีความจำเป็นที่ต้องปรับเปลี่ยนระบบการเปิดแสดงความคิดเห็น โดยทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์อนุญาตให้แสดงความคิดเห็นได้เฉพาะสมาชิกเท่านั้น เพื่อเป็นการยืนยันตนของผู้โพส หากเป็นสมาชิกแล้ว login ที่นี่ หากยังไม่เป็นสมาชิกสมัครได้ ที่นี่

ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ปาฐกถาพิเศษเรื่อง "บูรพาภิวัตน์ : ภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจโลกใหม่" จากงานสัมมนา "บูรพาภิวัตน์ : ฤาโลกจะกลับขั้วอำนาจ" เปิดยุทธศาสตร์ประเทศไทยในยุค "เอเชียผงาด"

มุมมองของเจิมศักดิ์

1. ปตท.- การบินไทยหนุนคลังขายหุ้น 2% ไม่กระทบฐานะ - น..

2. พิสูจน์ฝีมือรัฐ ยุบรวม ‘3 กองทุน’

3. “ อภิสิทธิ์ ” ชี้ ข้อเสนอนิติราษฎร์ กรณี ส.ส.ร. ไ..

4. จักรพันธุ์ ปัดปรับผังข่าวช่อง 9 ก่อนครบสัญญามิ.ย.น..

5. นโยบาย "แก้ผ้าเอาหน้ารอด" ขายหุ้นเพื่อซุกหนี้

6. กรณ์ ห่วงหมกเม็ดแปรรูป ปตท. ลอยแพประชาชน จ่ายค่าพล..

7. ผู้ว่าฯ กาญจน์ดันแผนยุทธศาสตร์รับ ‘ทวาย’ หวังรัฐบา..

8. ต่างชาติฮุบที่ 100 ล้านไร่

9. อภิสิทธิ์ ชี้ รบ.อ้างฟื้นฟูน้ำท่วมหวังกู้เงินเพิ่ม..

10. บุหรี่กานพลู ขายเกลื่อนภัยคุกคามใหม่ ฮิตในหมู่วัยร..