ธีระชัยอัดนโยบายลดหนี้สาธารณะ เป้าหมายการเมือง-เปิดช่องโหมประชานิยม
Date : 2012-01-23 15:10:21

กรุงเทพธุรกิจ / 23 ม.ค. 2555 นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีต รมว.คลัง ในรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ 1 ได้เขียนข้อความเรื่อง วินัยการคลัง กับการพยายามลดตัวเลขหนี้สาธารณะ ผ่าน http://th-th.facebook.com/thirachai.phuvanatnaranubala ซึ่งเป็นครั้งที่ 2 ที่เขาเขียนในประเด็นนี้หลังจากพ้นจากตำแหน่ง รมว.คลัง มีรายละเอียดดังนี้
มีคนถามผมว่า การที่ผมไม่เห็นด้วยกับขบวนการโยกหนี้สาธารณะนั้น แสดงว่าผมไม่เห็นด้วยกับการที่รัฐบาลจะกู้เงินเพิ่มขึ้นหรือเปล่า
ผมเห็นด้วยครับ ว่ารัฐบาลจำเป็นจะต้องกู้เงิน เพื่อใช้พัฒนาระบบบริหารน้ำและระบบขนส่ง
เพราะการที่รัฐบาลจะกู้เงินเพิ่ม หากใช้ในโครงการที่เป็นประโยชน์จริงๆ หากไม่มีการฉ้อราษฎร์บังหลวง และหากทำให้ประเทศมีความสามารถในการหารายได้ที่ยั่งยืนมั่นคงมากขึ้น ก็จะเป็นเรื่องที่ดีครับ
นอกจากนี้ ผมขอย้ำว่าผมไม่ขัดข้องหากรัฐบาลจะลดสัดส่วนการถือหุ้นในรัฐวิสาหกิจ หากจะเป็นกรณีที่ทำให้การบริหารงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น และไม่เป็นการโอนอำนาจผูกขาดของรัฐวิสาหกิจไปให้แก่เอกชนเฉพาะกลุ่ม
แต่ประเด็นที่ผมต้องการชี้ ก็คือขณะนี้ ระดับหนี้สาธารณะของไทยซึ่งมีประมาณร้อยละ 42 ของรายได้ประชาชาตินั้น ไม่สูงเท่าใดครับ
ระดับหนี้ที่สูงคือร้อยละ 60 ดังนั้น ในวันนี้ รัฐบาลยังจะสามารถกู้ได้อีกเกือบ 2 ล้านล้านบาท โดยไม่กระทบความเชื่อมั่นในตลาดเงินตลาดทุน
ไม่มีความจำเป็นต้องไปซ่อนตัวเลขให้ดูต่ำกว่าจริง ก็ยังสามารถกู้ได้ไม่ยากครับ
ถ้าอย่างนั้น ทำไมจึงมีความพยายามที่จะสำแดงตัวเลขหนี้สาธารณะ ให้ต่ำกว่าที่เป็นจริง
ผมเองไม่อยากกล่าวหาผู้ใดว่าคิดร้ายกับประเทศ แต่การที่ตัวเลขหนี้สาธารณะต่ำลงนั้น ย่อมจะมีผลทำให้รัฐบาลไม่มีแรงกดดันที่จะต้องหารายได้ และไม่มีแรงกดดันที่จะต้องขึ้นอัตราภาษี
เพราะหากสำแดงตัวเลขหนี้สาธารณะตามเดิม ในอนาคตอันใกล้ รัฐบาลก็จะต้องขอขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือภาษีสรรพสามิตน้ำมัน หรือรายได้อื่นๆ ซึ่งย่อมจะทำให้พรรคการเมืองนั้นเสียคะแนน
แต่หากสำแดงตัวเลขที่ต่ำลง รัฐบาลก็จะสามารถใช้นโยบายประชานิยมไปได้อีกเรื่อยๆ ทำให้ประชาชนมีการกินการใช้ที่ฟุ้งเฟ้อ ไม่พอเพียง ไม่ประหยัด สำคัญผิดว่าเราร่ำรวยกันแล้ว สำคัญผิดว่ายังไม่จำเป็นต้องเริ่มเก็บเงินมาเพื่อชำระหนี้
ถามว่าวิธีการสำแดงหนี้สาธารณะที่ถูกต้องตามหลักวิชาการนั้นเป็นอย่างไร
IMF มีการกำหนดคู่มือไว้ครับ เรียกว่า Government Finance Statistics Manual 2001 ซึ่งระบุว่าหนี้สาธารณะ (Public Sector Debt) ประกอบด้วยหนี้ของรัฐบาล (General Government) และหนี้ขององค์กรสาธารณะ (Public Corporations)
ในประเทศไทย ได้มีการออก พ.ร.บ.หนี้สาธารณะ พ.ศ. 2548 เพื่อป้องกันมิให้นักการเมืองหรือนักวิชาการบิดเบือนในการสำแดงหนี้สาธารณะ
มาตรา 4 จึงได้กำหนดให้ หนี้สาธารณะ หมายความว่า หนี้ที่กระทรวงการคลัง หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจกู้ … แต่ไม่รวมถึงหนี้ของรัฐวิสาหกิจที่ทำธุรกิจให้กู้ยืมเงินโดยกระทรวงการคลังมิได้ค้ำประกัน
แต่เนื่องจากมาตรา 4 ได้กำหนดด้วยว่า รัฐวิสาหกิจ หมายความว่าบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ที่หน่วยงานของรัฐ....... มีทุนรวมอยู่ด้วยเกินร้อยละห้าสิบ โดยให้คำนวณเฉพาะทุนตามสัดส่วนที่เป็นของหน่วยงานของรัฐเท่านั้น
จึงทำให้เกิดมีช่องว่างคิดว่า ถ้าโอนหุ้นไปให้กองทุนวายุภักษ์ จนกระทรวงการคลังถือต่ำกว่าร้อยละ 50 ก็จะหลุดออกไปจากกฎหมายนี้ จะทำให้หนี้ของการบินไทยและ ปตท. ไม่นับเป็นหนี้สาธารณะ
หนี้สาธารณะจะลดลงเป็นระดับแสนล้าน ทำให้ตัวเลขหนี้ลดลงฉับพลัน ไม่ต้องชำระหนี้กันจริงๆ เช่นเดียวกับแนวคิดที่ต้องการจะโอนหนี้กองทุนฟื้นฟูฯ ไปให้แบงก์ชาตินั่นแหละครับ
แต่อย่าลืมว่ากองทุนวายุภักษ์นั้นมีกระทรวงการคลังควบคุมอยู่ การโอนหุ้นจึงเข้าลักษณะเป็นการโอนจากตั้วเฮียไปให้เสี่ยวเจ๊ มันเป็นการโอนกันภายในครอบครัว
ผมอาจจะหัวโบราณสักหน่อย แต่อยากจะแนะนำให้ทำแบบตรงไปตรงมาดีกว่าครับ หากมีหนี้มาก ก็ยอมรับว่ามาก และขอร้องให้ประชาชนก้มหน้าก้มตาช่วยกันหาเงินมาใช้หนี้
เรื่องวินัยการเงินการคลังเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน และต้องอิงวิชาการที่บริสุทธิ์เป็นสำคัญ
แต่หากเอาการเมืองนำ ระวังนะครับ วันหนึ่งจะต้องร้องเพลง Dont cry for me Argentina กันทั้งประเทศ
ล็อกอินเข้าระบบสมาชิก!
แจ้งสมาชิกสมาชิกเว็บไซต์
เนื่องด้วยตอนนี้เกิดปัญหาจากสมาชิกบางท่านที่แสดงความคิดเห็นอันไม่พึงประสงค์ ทั้งมีการแสดงความเห็นที่หยาบคาย และบางความเห็นมีการหมิ่นสถาบันเบื้องสูง ซึ่งทางเว็บไซต์ ไม่สามารถยอมให้เกิดขึ้นได้ ดังนั้น จึงมีความจำเป็นที่ต้องปรับเปลี่ยนระบบการเปิดแสดงความคิดเห็น โดยทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์อนุญาตให้แสดงความคิดเห็นได้เฉพาะสมาชิกเท่านั้น เพื่อเป็นการยืนยันตนของผู้โพส หากเป็นสมาชิกแล้ว login ที่นี่ หากยังไม่เป็นสมาชิกสมัครได้ ที่นี่
ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ปาฐกถาพิเศษเรื่อง "บูรพาภิวัตน์ : ภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจโลกใหม่" จากงานสัมมนา "บูรพาภิวัตน์ : ฤาโลกจะกลับขั้วอำนาจ" เปิดยุทธศาสตร์ประเทศไทยในยุค "เอเชียผงาด"
1. ใครคือ'ฮิซบุลลอฮ์'นักบุญหรือกลุ่มก่อการร้าย
2. รุกกระทู้ถาม‘ว.5’โฟร์ซีซั่นส์ ‘ปู’หลบตอบอ้างติดภาร..
3. อบต.โวยขีดแก้มลิงไม่ถามท้องถิ่น
4. ไทยลงนามพิธีสารนาโงยา ป้องกันปัญหาใช้ทรัพยากรธรรมช..
5. สั่งทูตพณ.แจงทั่วโลกเรียกเชื่อมั่น สนามบิน-บขส.-รถ..
6. “ยิว” คำรามใส่อิหร่าน “ก่อการร้ายโจมตีทูต” ขู่ใช้ม..
8. "วิปฯค้าน" ตั้งข้อสังเกต "ขุนค้อน" เร่งบรรจุการพิจ..
1. ปตท.- การบินไทยหนุนคลังขายหุ้น 2% ไม่กระทบฐานะ - น..
2. พิสูจน์ฝีมือรัฐ ยุบรวม ‘3 กองทุน’
3. “ อภิสิทธิ์ ” ชี้ ข้อเสนอนิติราษฎร์ กรณี ส.ส.ร. ไ..
4. จักรพันธุ์ ปัดปรับผังข่าวช่อง 9 ก่อนครบสัญญามิ.ย.น..
5. นโยบาย "แก้ผ้าเอาหน้ารอด" ขายหุ้นเพื่อซุกหนี้
6. กรณ์ ห่วงหมกเม็ดแปรรูป ปตท. ลอยแพประชาชน จ่ายค่าพล..
7. ผู้ว่าฯ กาญจน์ดันแผนยุทธศาสตร์รับ ‘ทวาย’ หวังรัฐบา..
8. ต่างชาติฮุบที่ 100 ล้านไร่
9. อภิสิทธิ์ ชี้ รบ.อ้างฟื้นฟูน้ำท่วมหวังกู้เงินเพิ่ม..
10. บุหรี่กานพลู ขายเกลื่อนภัยคุกคามใหม่ ฮิตในหมู่วัยร..









