ประกาศแล้วราชกิจจาฯ ขรก. ลูกจ้าง ป.ตรี รับเงินเดือน ไม่ต่ำกว่า1.5 หมื่น/เดือน

Date : 2012-01-20 16:12:38

 

รายงานโดย: ณัฏฐพัชร์ ทัศนรุ่งเรือง

 

สำนักข่าวอิศรา/ 20 ม.ค. 2555  ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราวฯ ประกาศแล้วในราชกิจจานุเบกษา มีผล  1ม.ค. 55  ขรก.  ลูกจ้าง วุฒิปริญญาตรีขึ้นไป ได้เงินเดือนบวกเงินเพิ่มไม่ต่ำกว่า  15,000ต่อเดือน  กลุ่มที่ต่ำกว่าปริญญาตรี ก็ได้ปรับด้วย 

 

หลังจากที่คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบร่างระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราวของข้าราชการและลูกจ้างประจำของส่วนราชการ เรียบร้อยแล้ว นั้น ล่าสุด เมื่อวันที่ 18มกราคม 2555  ร่างระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราวฯ ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเรียบร้อยแล้ว โดยมีผลบังคับใช้ ตั้งแต่ 1มกราคม 2555

 

- ข้าราชการและลูกจ้างประจำ ซึ่งได้รับเงินเดือนหรือค่าจ้าง ไม่ถึงเดือนละ 12,285บาท ให้ได้รับเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราว เดือนละ 1,500บาท แต่เมื่อร่วมกับเงินเดือนหรือค่าจ้างแล้วต้องไม่เกินดือนละ 12,285บาท กรณีจำนวนที่ได้รับรวมกันแล้วไม่ถึงเดือนละ 8,610บาท ให้ข้าราชการและลูกจ้างประจำนั้นได้รับเงินเพิ่มเติมการครองชีพชั่วคราวเพิ่มขึ้นจากเงินเดือนหรือค่าจ้างอีกจนถึงเดือนละ 8,610บาท

 

- ในกรณีที่ตำแหน่งของข้าราชการ ลูกจ้างประจำ และลูกจ้างชั่วคราว ที่คณะกรรมการบริหารงานบุคคลกลางของข้าราชการแต่ละประเภทกำหนด หรือที่กระทรวงการคลังกำหนด ได้กำหนดให้คุณสมบัติเฉพาะ สำหรับตำแหน่งนั้นต้องใช้วุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป ให้ข้าราชการ ลูกจ้างประจำ และลูกจ้างชั่วคราว ซึ่งบรรจุหรือแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าวที่มีเงินเดือนหรือค่าจ้างไม่ถึงเดือนละ 15,000บาท ได้รับเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราวเพิ่มขึ้นจากเงินเดือน หรือค่าจ้างอีกจนถึงเดือนละ 15,000บาท

 

- ในกรณีที่ตำแหน่งของข้าราชการ ลูกจ้างประจำ ที่คณะกรรมการบริหารงานบุคคลกลางของข้าราชการแต่ละประเภทกำหนด หรือที่กระทรวงการคลังกำหนด ได้กำหนดให้คุณสมบัติเฉพาะ สำหรับตำแหน่งนั้นต้องใช้วุฒิการศึกษาระดับต่ำกว่าปริญญาตรี ให้ข้าราชการและลูกจ้างประจำ ซึ่งบรรจุหรือแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว ที่มีเงินเดือนหรือค่าจ้างไม่ถึงเดือนละ 12,285 บาท ให้ได้รับเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราวเดือนละ 1,500 บาท แต่เมื่อรวมกับเงินเดือนค่าจ้างแล้ว ต้องไม่เกินเดือนละ   12,285บาท

 

และหากจำนวนเงินรวมกันแล้วไม่ถึงเดือนละ 9,000บาท ให้ข้าราชการและลูกจ้างประจำนั้นได้รับเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราวเพิ่มขึ้นจากเงินเดือนหรือค่าจ้าง อีกจนถึงเดือนละ 9,000บาท

 

-ในกรณีที่ตำแหน่งของลูกจ้างชั่วคราวที่คณะกรรมการบริหารงานบุคคลกลางของข้าราชการแต่ละประเภทกำหนด หรือกระทรวงการคลังกำหนด ได้กำหนดคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งนั้นต้องใช้วุฒิการศึกษาระดับต่ำกว่าปริญญาตรี ให้ลูกจ้างชั่วคราวซึ่งบรรจุหรือแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าวที่มีค่าจ้างไม่ถึงเดือนละ 9,000บาท ได้รับเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราวเพิ่มขึ้นอีกจนถึงเดือนละ 9,000บาท

 

รวมถึง ทหารกองประจำการ ซึ่งได้รับเงินเดือนในระดับ  พ.๑ กรณีเงินเดือนรวมกับเบี้ยเลี้ยงประจำตามข้อบังคับกระทรวงกลาโหมว่าด้วยการนั้นแล้ว มีจำนวนไม่ถึงเดือนละ 9,000บาท ให้ได้รับเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราวตามอัตราที่กระทรวงกลาโหมกำหนด ซึ่งเมื่อรวมกับเงินเดือน และเบี้ยเลี้ยงประจำตามข้อบังคับกระทรวงกลาโหมดังกล่าวแล้วต้องไม่เกินเดือนละ 9,000บาท  รวมถึงทหารกองประจำการ

 

ทั้งนี้ การได้รับเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราวตามระเบียบนี้ มิให้ใช้บังคับกับผู้ที่มีสิทธิ์ได้รับเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งตามระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ และเจ้าหน้าที่คดีพิเศษ และผู้ที่มีสิทธิ์ได้รับเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งตามระเบียบคณะกรรมการกฤษฎีกาว่าด้วยการกำหนดตำแหน่งนักกฎหมายกฤษฎี

 

คาดใช้งบฯ 1.8หมื่นล้าน

 

ก่อนหน้านี้ นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ อธิบดีกรมบัญชีกลาง  ให้ข้อมูลว่า  บุคลากรภาครัฐที่จะได้รับการปรับเพิ่มรายได้ครั้งนี้จะครอบคลุม 5กลุ่ม จำนวนกว่า 649,323คน คือ 1. ข้าราชการ ได้แก่ ข้าราชการพลเรือน ข้าราชการทหาร ข้าราชการตำรวจ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ข้าราชการในสถาบันอุดมศึกษา ข้าราชการรัฐสภาสามัญ 2. ลูกจ้างประจำ 3. ลูกจ้างชั่วคราวที่จ้างจากเงินงบประมาณ 4. ทหารกองประจำการ และ 5. พนักงานราชการ   

 

“ซึ่งปัจจุบันข้าราชการ ลูกจ้างประจำ ลูกจ้างชั่วคราวและพนักงานราชการ ที่บรรจุในวุฒิปริญญาตรีขึ้นไป มีจำนวน 346,365 คน  งบประมาณที่ใช้ จำนวน 1,589 ล้านบาทต่อเดือน  ที่ต่ำกว่าปริญญาตรี จำนวน 164,943 คน ทหารกองประจำการ จำนวน 138,015 คน  สองกลุ่มนี้จะใช้เงินงบประมาณ จำนวน 455 ล้านบาทต่อเดือน รวมใช้งบประมาณ 2,044 ล้านบาทต่อเดือน ซึ่งในปีงบประมาณ พ.ศ. 2555 ระยะเวลา 9 เดือนจะใช้เงินจำนวน 18,396 ล้านบาท”

แสดงความคิดเห็น

ล็อกอินเข้าระบบสมาชิก!

แจ้งสมาชิกสมาชิกเว็บไซต์

เนื่องด้วยตอนนี้เกิดปัญหาจากสมาชิกบางท่านที่แสดงความคิดเห็นอันไม่พึงประสงค์ ทั้งมีการแสดงความเห็นที่หยาบคาย และบางความเห็นมีการหมิ่นสถาบันเบื้องสูง ซึ่งทางเว็บไซต์ ไม่สามารถยอมให้เกิดขึ้นได้ ดังนั้น จึงมีความจำเป็นที่ต้องปรับเปลี่ยนระบบการเปิดแสดงความคิดเห็น โดยทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์อนุญาตให้แสดงความคิดเห็นได้เฉพาะสมาชิกเท่านั้น เพื่อเป็นการยืนยันตนของผู้โพส หากเป็นสมาชิกแล้ว login ที่นี่ หากยังไม่เป็นสมาชิกสมัครได้ ที่นี่

ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ปาฐกถาพิเศษเรื่อง "บูรพาภิวัตน์ : ภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจโลกใหม่" จากงานสัมมนา "บูรพาภิวัตน์ : ฤาโลกจะกลับขั้วอำนาจ" เปิดยุทธศาสตร์ประเทศไทยในยุค "เอเชียผงาด"

มุมมองของเจิมศักดิ์

1. ปตท.- การบินไทยหนุนคลังขายหุ้น 2% ไม่กระทบฐานะ - น..

2. พิสูจน์ฝีมือรัฐ ยุบรวม ‘3 กองทุน’

3. “ อภิสิทธิ์ ” ชี้ ข้อเสนอนิติราษฎร์ กรณี ส.ส.ร. ไ..

4. จักรพันธุ์ ปัดปรับผังข่าวช่อง 9 ก่อนครบสัญญามิ.ย.น..

5. นโยบาย "แก้ผ้าเอาหน้ารอด" ขายหุ้นเพื่อซุกหนี้

6. กรณ์ ห่วงหมกเม็ดแปรรูป ปตท. ลอยแพประชาชน จ่ายค่าพล..

7. ผู้ว่าฯ กาญจน์ดันแผนยุทธศาสตร์รับ ‘ทวาย’ หวังรัฐบา..

8. ต่างชาติฮุบที่ 100 ล้านไร่

9. อภิสิทธิ์ ชี้ รบ.อ้างฟื้นฟูน้ำท่วมหวังกู้เงินเพิ่ม..

10. บุหรี่กานพลู ขายเกลื่อนภัยคุกคามใหม่ ฮิตในหมู่วัยร..