ศาลปกครองสูงสุดพิพากษายืนระงับประกอบกิจการถ่านหินมหาชัย

Date : 2012-06-12 10:24:15

เผยแพร่โดย ศูนย์ข่าวอาร์เอสยูนิวส์

 

แนวหน้า / 12 มิ.ย. 2555 เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. ศาลปกครองสูงสุด มีคำสั่งยืนตามคำสั่งศาลปกครองชั้นต้นที่สั่งให้ระงับการประกอบกิจการถ่านหินทุกกรณี ทั้งการลำเลียง การเก็บกอง การขนถ่าย การขนส่งหรือการดำเนินการตามขั้นตอนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ในพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ท่าทราย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ตามที่นายทองนาค เสวกจินดา และพวกรวม 20 คน ที่ได้รับความเดือดร้อนจากการขนส่งถ่านหินในพื้นที่ ยื่นฟ้อง อบต.ท่าทราย สำนักงานอุตสาหกรรมจ.สมุทรสาคร และสำนักงานขนส่งทางน้ำจ.สมุทรสาคร โดยให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสามปฏิบัติหน้าที่ตามที่กฎหมายบัญญัติให้เป็นอำนาจหน้าที่ของผู้ถูกฟ้องคดีแต่ละรายไว้ เพื่อควบคุม ตรวจสอบ หรือกำกับให้มีการปฏิบัติตามคำสั่งศาลและคำสั่งของผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาครในพื้นที่ดังกล่าวอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ จนกว่าศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น

 

ทั้งนี้ การที่ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งดังกล่าวก็เนื่องมาจาก บริษัทเทคนิคทีม ประเทศไทย จำกัด ซึ่งเป็นผู้ประกอบกิจการขนถ่ายถ่านหินในพื้นที่ได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งคุ้มครองชั่วคราวของศาลปกครองชั้นต้น ต่อศาลปกครองสูงสุด แต่จากข้อเท็จจริงยังพบว่า แม้ผลการตรวจสอบค่าฝุ่นละอองที่เกิดจากกระบวนการขนถ่าย เก็บกอง ลำเลียง หรือขนส่งถ่านหินที่มีจำนวนมากถึง 1500-2000 ตันต่อวันจะไม่มีฝุ่นละอองฟุ้งกระจายที่มีขนาดเล็กเกินกว่า 2.5 ไมครอน ตามมาตรฐานที่ประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติกำหนด แต่เมื่อพิจารณาคำชี้แจงของผู้ฟ้องคดี ประกอบภาพถ่ายท่าเทียบเรือที่ใช้ในการขนถ่ายถ่ายหินขึ้นจากเรือ รวมถึงมีข้อเท็จจริงที่ว่า การขนถ่ายถ่านหินนั้น บริษัทฯใช้รถแบ็คโฮตักใส่รถบรรทุกเพื่อขนส่ง ทำให้ถ่านหินบางส่วนตกลงสู่แม่น้ำ ปลิวกระจายเมื่อลมกระโชก และตกลงตามไหล่ถนนในระหว่างการขนถ่ายลำเลียงหรือขนส่ง ถนนในพื้นที่ที่รถบรรทุกวิ่งผ่านได้รับความเสียหายเป็นหลุมบ่อ และฝุ่นละอองถ่านหินได้ฟุ้งกระจายออกไป ก่อให้เกิดอันตรายแก่ชีวิตและส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพอนามัยของประชาชนในพื้นที่

 

ดังนั้น จึงเห็นได้ว่า ระบบป้องกันการฟุ้งกระจายของละอองถ่านหินขณะขนถ่ายขึ้นจากเรือของบริษัทไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอในการป้องกันการฟุ้งกระจายของละอองถ่านหิน เป็นการขนถ่ายและลำเลียงที่ไม่ได้เป็นระบบปิด ไม่มีการใช้ผ้าใบขึงระหว่างเรือกับท่าเพื่อป้องกันการหกหล่นของเศษวัสดุหรือถ่านหินลงสู่แหล่งน้ำ จึงเป็นการฝ่าฝืนเงื่อนไขที่ต้องปฏิบัติตามข้อ 2.6 ของเงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาตก่อหสร้างสิ่งล่วงล้ำลำน้ำ และเงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ การกระทำของบริษัทฯจึงน่าจะไม่ชอบด้วยกฎหมาย คำฟ้องจึงมีมูล เมื่อบริษัทฯไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาตฯ จึงเป็นการตั้งใจกระทำซ้ำหรือกระทำต่อไป มีเหตุเพียงพอที่ศาลฯจะคงมาตรการบรรเทาทุกข์ชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษาไว้

 

อีกทั้ง การที่บริษัทฯยังคงฝ่าฝืนคำสั่งของผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร และผู้ถูกฟ้องคดีที่เป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่กำกับดูแลให้ปฏิบัติตามกฎหมาย โดยลักลอบลำเลียง หรือขนส่งถ่านหินในพื้นที่ตามหลักฐานบันทึกการจับกุมคดีที่ 2883/2554 และรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีของสถานีตำรวจภูธรเมืองสมุทรสาครเมื่อวันที่ 22 ก.ค. 54 ซึ่งอบต.ท่าทรายได้สั่งห้ามมิให้ใช้ท่าเทียบเรือที่บริษัทฯก่อสร้าง แสดงให้เห็นว่าคำสั่งของผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาครและผู้ถูกฟ้องคดีที่เป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ก่อให้เกิดปัญหาอุปสรรคต่อการบริหารงานของหน่วยงานของรัฐ ศาลปกครองสูงสุดจึงมีคำสั่งยืนตามศาลปกครองกลาง

สำรวจความคิดเห็น

Loading...

สถิติการเข้าชมสูงสุด