นายกฯชี้ปรับ3ปัจจัยหลักก้าวสู่เศรษฐกิจอาเซียน

Date : 2012-06-11 14:05:55

เผยแพร่โดย ศูนย์ข่าวอาร์เอสยูนิวส์

 

กรุงเทพธุรกิจ / 11 มิ.ย. 2555 "ยิ่งลักษณ์"ระบุปรับตัว 3 ปัจจัยหลักสู่สังคมอาเซียนภายใน3ปีข้างหน้า ยันนักลงทุนต่างชาติใช้ไทยขยายฐานสินค้าบริการ

 

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวในงานสัมมนา"วาระแห่งชาติ เศรษฐกิจไทยยุคใหม่ในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน" ตอนหนึ่งว่า ถึงเวลาแล้วที่จะร่วมถกกันว่าทิศทางข้างหน้าของประเทศ หลังก้าวสู่ความเป็นประชาคมอาเซียนจะเกิดอะไรขึ้นกับภาคธุรกิจของประเทศไทยบ้างแล้วอะไรบ้างที่จะต้องเตรียมตัว โดยเราต้องเตรียมตัวจากนี้อีก 3 ปีซึ่งนับว่าไม่ใช่เวลาที่ยาวนัก แต่เป็นเวลาที่ต้องทำทุกอย่างด้วยความเข้มข้น การที่จะเป็นประชาคมอาเซียนนั้นประกอบไปด้วย3เสาหลักคือ 1.การเมืองและความมั่นคง 2.ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน 3.ประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน โดยในอีก 3 ปีข้างหน้าสามเสาหลักนี้จะต้องทำงานร่วมกัน

 

สำหรับการประชุมครั้งนี้ประกอบไปด้วยเรื่องสำคัญ 4 เรื่องด้วยกันคือ 1.เราจะกลายเป็นตลาดอาเซียนบนฐานการผลิตเดียวกัน แปลว่าเราจะร่วมมือกันเป็นฐานใหญ่ที่พร้อมจะเติบโต และประเทศไทยก็อยู่ในจุดที่ได้เปรียบที่สุดในกลุ่มนี้ 2.การให้เกิดการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างเสมอภาค เพื่อให้เกิดความโปร่งใส เรื่องภาษีระหว่างประเทศให้เป็นศูนย์ สิ่งที่ดีคือผู้ผลิตผู้ประกอบการ สามารถจะหาประเทศที่มีห่วงโซ่อุปทานที่มีต้นทุนได้เปรียบที่ถูกที่สุดและการแข่งขันก็จะสูงขึ้น ซึ่งเป็นการที่ประเทศไทยจะต้องศึกษาว่าเราจะใช้โอกาสนี้ให้เกิดความได้เปรียบทางธุรกิจอย่างไร 3.การเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของอาเซียน เราต้องพูดกันในเรื่องของการเตรียมพร้อมของการเพิ่มผลผลิต การสร้างฝีมือแรงงาน 4.การบูรณาการเศรษฐกิจของอาเซียนให้เท่ากับเศรษฐกิจโลก คือ หลังจากที่ประชาคมอาเซียนสร้างเศษรฐกิจที่แข็งแรงแล้ว เราก็จะใช้ฐานนี้ในการทำงานร่วมกับเศรษฐกิจโลก และสิ่งที่ได้เปรียบคือจำนวนฐานที่โตขึ้นนำมาสู่อำนาจการต่อรองที่ดีขึ้น

 

"นักลงทุนวันนี้สนใจหันมาลงทุนที่ประเทศไทย เพราะมีความสมบูรณ์อยู่ในประเทศไทยรวมถึงการใช้ประเทศไทยเป็นประตูก้าวไปสู่ประชาคมอาเซียน สิ่งที่เราจะเห็นต่อคือการเคลื่อนย้ายสินค้าและบริการมากขึ้น และการหาวัตถุดิบภายนอกจากประเทศประชาคมอาเซียนก็จะถูกลง ซึ่งกลไกเหล่านี้จะถูกเคลื่อนโดยธรรมชาติตามกลไกตลาด"น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าว

 

นายกรัฐมนตรี  กล่าวว่า รัฐบาลมีนโยบายในการส่งเสริมภาคเอสเอ็มอีในการส่งออกและการลงทุนต่าง ๆ ทุกแขนง แต่ก็ต้องอาศัยความร่วมมือกันและหว่างภาครัฐและเอกชนในการให้ข้อมูลความต้องการในแต่ละภาคอุตสาหกรรม และจะมีการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการร่วมกับภาคเอกชนในต่างจังหวัดโดยสภาหอการค้า และกำชับผู้ว่าราชการจังหวัดและกระทรวงมหาดไทยทำงานร่วมกันอย่างเต็มที่เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องและการเตรียมตัวของภาคเอกชนในทุกระดับ  

สำรวจความคิดเห็น

Loading...

สถิติการเข้าชมสูงสุด