ทัวร์น้ำท่วมรอบ2 'ปู'หลบการเมืองร้อน
Date : 2012-06-11 10:02:35
เผยแพร่โดย ศูนย์ข่าวอาร์เอสยูนิวส์

โพสต์ทูเดย์ / 11 มิ.ย. 2555 ช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา รัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ถูกติติงเป็นอย่างมากว่ารัฐบาลเล่นการเมืองมากเกินไป จนลืมความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน และมีประชาชนบางส่วนต้องออกมาประท้วงบนถนนเพื่อให้เป็นข่าวบนหน้าหนังสือพิมพ์และสื่อโทรทัศน์ เพื่อให้นายกฯ ได้รับทราบความเดือดร้อน เช่น ปัญหาการบริหารจัดการเงินเยียวยาช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยปลายปี 2554 เป็นต้น
ในขณะที่รัฐบาลรับปากพี่น้องประชาชนมาโดยตลอดว่าทุกคนจะได้รับความช่วยเหลือเท่าเทียมและเป็นธรรม แต่ตรงกันข้ามเหตุการณ์ดังกล่าวกลับสะท้อนถึงปัญหาความไม่เป็นเอกภาพในการทำงาน ตั้งแต่ระดับส่วนกลางจนถึงระดับท้องถิ่นในการจ่ายเงินเยียวยาที่มีความเหลื่อมล้ำสูง จนกลายเป็นจุดอ่อนก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์รุมต่อว่ารัฐบาลว่าไม่ได้ใส่ใจในการติดตามประเมินผลเงินงบประมาณที่อนุมัติลงไป ทำให้ระหว่างทางเกิดปัญหารั่วไหลจนก่อเป็นปัญหาบานปลายกระทบความเชื่อมั่นในฝีมือการบริหารประเทศของนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลโดยหลีกเลี่ยงไม่ได้
ในช่วงเวลาดังกล่าวเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากว่ารัฐบาลมุ่งเล่นการเมือง ทั้งการเดินหน้า พ.ร.บ.ปรองดอง และการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จนกลบปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชน ทั้งที่รัฐบาลลั่นวาจาว่าจะสร้างประชาธิปไตยกินได้ให้เกิดขึ้นแก่พี่น้องประชาชน เปรียบได้กับปัญหาความยุ่งเหยิงในการบริหารจัดการจ่ายเงินเยียวยาน่าจะสะท้อนวาทกรรมดังกล่าวได้เป็นอย่างดี
ช่วงโค้งสุดท้ายก่อนเข้าฤดูฝน ประมาณเดือน ส.ค.ปีนี้ เป็นช่วงเดียวที่เกิดน้ำท่วมใหญ่ที่สุดในรอบ 50 ปี ยิ่งใกล้ช่วงเวลาดังกล่าวเข้ามาเท่าไร ยิ่งรู้สึกขนลุกมากขึ้นเท่านั้น ยิ่งพบสัญญาณเตือนให้ได้ตระหนักแล้วเมื่อสัปดาห์ก่อนหลายจังหวัดในพื้นที่ป่าต้นน้ำเกิดน้ำป่าไหลหลากจู่โจมสร้างความเสียหายอย่างหนัก นับเป็นจังหวะเดียวกับที่รัฐบาลกำลังทดสอบระบบการเตือนภัยและการป้องกันน้ำท่วมที่เพิ่งแล้วเสร็จว่ามีความสมบูรณ์พร้อมใช้งานได้หรือไม่
ดังนั้น ในช่วงวันที่ 11-14 มิ.ย.นี้ นายกฯ พร้อมคณะใช้โอกาสนี้เดินทางลงพื้นที่จริงเพื่อไปติดตามการเตรียมความพร้อมในการแก้ไขปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ปลายน้ำ กลางน้ำ และต้นน้ำ ถือเป็นการเดินทางลงไปตรวจสอบความพร้อมของระบบ โดยนายกฯ วางแผนลงพื้นที่ไล่จากล่างขึ้นบน หรือจากพื้นที่ปลายน้ำล่องขึ้นไปยังพื้นที่ต้นน้ำ
จุดแรกที่นายกฯ จะลงไปสำรวจความพร้อมตรงหน้างาน คือ หน้าประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ที่ปัจจุบันย้ายไปอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา คงจำกันได้ภาพหลอนอันน่ากลัวของชุมชนโครงการเมืองเอก จ.ปทุมธานี กลายเป็นเมืองบาดาลในพริบตา จมลึกและนานที่สุดกว่าทุกจังหวัดปริมณฑลกรุงเทพมหานคร เพราะประตูระบายน้ำจุฬาลงกรณ์ตั้งอยู่ลึกเข้ามาในพื้นที่เขตเมืองเกินไป การต้านหรือผลักดันกองทัพน้ำจึงเป็นสิ่งที่ยากลำบาก
จุดถัดไปที่นายกฯ จะไปตรวจเยี่ยมเป็นนิคมอุตสาหกรรมโรจนะ อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา งานนี้นายกฯ ไม่ได้แค่มาเป็นประธานในพิธีมอบเงินสนับสนุนนิคม 6 แห่ง สำหรับการสร้างเขื่อนป้องกันอุทกภัย 3,400 ล้านบาท เพื่อป้องกันพื้นที่ไข่แดงทางเศรษฐกิจที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจนับแสนล้านบาทเท่านั้น
แต่นายกฯ ต้องการมาโชว์วิสัยทัศน์ทางยุทธศาสตร์ 4 ด้าน ที่เคยให้คำมั่นไว้ตอนทัวร์ลุ่มน้ำในครั้งแรกว่า 1.น้ำต้องมีที่อยู่ 2.น้ำต้องมีที่ไป 3.ป้องกันพื้นที่เศรษฐกิจเต็มที่ และ 4.ระบบเตือนภัยต้องสมบูรณ์แบบต่อภาคเอกชนและประชาชนให้อุ่นใจระหว่างลงพื้นที่ให้กำลังใจพี่น้องประชาชนในพื้นที่รับน้ำนองที่อาศัยอยู่ช่วงกลางน้ำ
อีกจุดที่สำคัญและน่าสนใจคือ การซ้อมระบบเตือนภัยที่รัฐบาลการันตีว่าทรงพลังสามารถเตือนภัยชาวบ้านได้ แม้จะอาศัยอยู่ในหมู่บ้านลึกหลังเขา และในครั้งนี้จะมีการแสดงโชว์เตือนภัยและแผนเผชิญเหตุน้ำท่วม ณ วัดโพธิ์ลิง ต.บ้านโพธิ์ อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา มีการระดมคนร่วมแสดงกว่า 5,000 คน เพื่อโชว์ศักยภาพความพร้อมของระบบเตือนภัยดังกล่าวที่ลงทุนนับพันล้านบาท ที่เป็นระบบสั่งการแบบ Single Command ที่ทางรัฐบาลภูมิใจนำเสนอว่าเป็นการบูรณาการการสั่งการแบบเบ็ดเสร็จ ตั้งแต่การวิเคราะห์ ประเมินผล และบัญชาการจากวอร์รูมใต้เขื่อนบนพื้นที่ต้นน้ำยิงตรงลงไปถึงทำเนียบรัฐบาล โดยนายกฯ สามารถรับทราบข้อมูลทุกๆ ด้าน พร้อมกับสามารถบัญชาการแจ้งเตือนกับพี่น้องประชาชนได้ทันสถานการณ์
การทัวร์ลุ่มน้ำครั้งที่ 2 คราวนี้นับเป็นการโชว์ความพร้อมตามที่รัฐบาลได้ขีดเส้นตายให้ทุกโครงการที่รัฐบาลอนุมัติงบประมาณในก้อน 1.2 แสนล้านบาท ต้องแล้วเสร็จก่อนเดือน ส.ค.นี้ และเป็นการเดินทางตรวจงานรับมือน้ำท่วมถึงบ้านเกิดนายกฯ ด้วย ตามกำหนดลงพื้นที่สำรวจการขุดลอกลำน้ำปิง จ.เชียงใหม่ รวมถึงไปเยี่ยมพื้นที่ป่าซับน้ำเหนือเขื่อนภูมิพลด้วย
และที่สำคัญนายกฯ ได้ชูการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมมาเป็นผลงานชิ้นโบแดงของรัฐบาล และได้กำหนดให้เป็นตัวชี้วัดในการเด้งข้าราชการทุกระดับมาเป็นเกณฑ์ในการโยกย้ายต้นเดือน ต.ค.นี้ด้วย นับเป็นแนวคิดที่ดีอย่างมากด้วยการนำผลงานมาเป็นตัวตั้งในการแต่งตั้งโยกย้าย จึงนับเป็นการปฏิวัติการประเมินผลงานรูปแบบใหม่ที่น่าติดตามเพราะแตกต่างจากในอดีตที่ผ่านมา
ดังนั้น การลงพื้นที่ทัวร์ลุ่มน้ำของนายกฯ ครั้งนี้ จะต้องไม่เป็นเพียงการทัวร์โชว์ผลงานน้ำท่วมเพื่อหลบกระแสร้อนทางการเมือง แต่ต้องมีการติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิดให้เกิดขึ้นจริงดังคำกล่าวที่นายกฯ สัญญาไว้ว่าการดูแลพี่น้องประชาชนจะต้องทำงานเชิงรุกก่อนปัญหาจะก่อตัว โดยจะไม่ปล่อยให้พี่น้องประชาชนระบายความเดือดร้อนผ่านสื่อหรือก่อม็อบบนถนน ในขณะที่กลไกภาครัฐช่วยเหลือไม่ได้ นี่คือสิ่งที่ประชาชนคาดหวังจากรัฐบาล
สำรวจความคิดเห็น
Loading...
สถิติการเข้าชมสูงสุด
1. ‘กฟน.’ส่อบ้อท่า ทวงค่าใช้ไฟฟ้า แดงโบ้ยห้างผิด
2. นายกฯรับเจ๊งจำนำข้าว จ่อลดราคารับจำนำ!
3. ดีเดย์ 1 ก.ค.56 หั่นจำนำข้าว เหลือ 1.2 หมื่น/ตัน
4. ชาวนารับไม่ได้ลดจำนำเหลือ 12,000บาท/ตัน
5. 'อัมมาร' อัด 'นายก' ไม่รู้เจ๊งจำนำข้าวเท่าไร
6. จำนำข้าวปีแรกเจ๊ง 1.3 แสนล้าน แล้วปีที่ 2?
7. ‘ความวัว’ไม่ทันหาย‘ความควาย’ก็เข้ามา
8. ปรับครม."เปลี่ยนคน"...ไม่เปลี่ยนก๊วน!
1. “ไอ้บอล” ยอมรับรัดคอฆ่า “เอกยุทธ” ตร.คุมเพื่อน 2 ค..
2. เตือนอวบแต่เด็กเสี่ยงอ้วนจนแก่ 80%
3. เปิด “สังศิต” หน้ากากขาว สะท้อนปัญหารัฐบาล
4. ทนายเชื่ออุ้มฆ่า “เอกยุทธ” โยงการเมือง
5. จากกบฏ 9 กันยาฯ ถึงหลังรัฐประหาร 19 กันยาฯ
6. “ทนุศักดิ์” ลั่น ฟันไม่เลี้ยง ขรก. เอี่ยว คดี 30 บ..
7. มัดกรมสรรพากร “หุ้นใหญ่”บริษัทขอคืนภาษี 3.6 พันล.ท..
8. “กรณ์” โพสต์FB ชี้ต่างชาติถอนทุนทำบาทอ่อน
1. นปช.ออกแถลงการณ์ 4 ข้อจี้เร่งแก้ รธน.
2. "ทักษิณ" สไกป์ ตั้งรางวัลนำจับเผาเซ็นทรัลเวิลด์ 10..
3. คมนาคมเล็งไฟเขียวค่าแท็กซี่มิเตอร์
4. คลังเร่งหาแนวทางเก็บภาษีเพิ่ม
5. พลังงานจ่อรื้อค่าการตลาดน้ำมัน
7. เอสเอฟแจงค่าตั๋วขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจ
8. รุมจวกเวทีถกน้ำอาเซียน เมินผลกระทบสวล.-ชุมชน





