อันตรายอย่างยิ่ง

Date : 2012-06-07 11:31:06

เผยแพร่โดย ศูนย์ข่าวอาร์เอสยูนิวส์

 

โดย:ณ กาฬ เลาหะวิไลย

 

โพสต์ทูเดย์ / 7 มิ.ย. 2555 บ้านเมืองของเรามีความเสี่ยงที่สำคัญ ถึงขั้นชี้เป็นชี้ตายอนาคตกันเลยก็ว่าได้

 

ความเสี่ยงดังกล่าว เลยประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ รวมถึงการผลักดันร่างกฎหมายปรองดองไปเสียด้วยซ้ำ

 

คำถามใหญ่ๆ ที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบันก็คือ เราจะเดินหน้าต่อไปได้อย่างไร ในภาวะที่โครงสร้างองค์กรสำคัญ กำลังหมดสภาพ หรือทำให้เสื่อมความน่าเชื่อถือ

 

เริ่มจากฝ่ายนิติบัญญัติ อย่างสภาผู้แทนราษฎรต้องเรียกได้ว่า เละยิ่งกว่าสภาโจ๊ก

 

ภาพที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรโดนโห่ ปาสิ่งของใส่หน้า ฯลฯ รวมถึงภาวะที่สภาผู้แทนราษฎรไม่ได้ทำเพื่อประโยชน์คนส่วนใหญ่ แต่กลับทำให้เกิดเงื่อนไขความรุนแรงขึ้นมา ทำให้ฝ่ายนิติบัญญัติ ไม่ใช่ที่พึ่งพิงที่ไว้วางใจได้

 

การเมืองไม่ใช่อยู่ในสภา แต่จะไหลออกมานอกถนน เสื้อทุกสี ตั้งประจัญเพราะการเมืองในสภาพึ่งไม่ได้

 

ฝ่ายนิติบัญญัติคืออำนาจแรกที่กู่ไม่กลับ หลับไม่ตื่นไปแล้ว

 

อำนาจต่อไป ฝ่ายบริหาร ได้แก่ รัฐบาล ก็ไว้วางใจไม่ได้เช่นกัน

 

เพราะปัญหาความแตกแยกที่เป็นอยู่ ก็มาจากการที่รัฐบาลออก พ.ร.ฎ.ขยายเวลาเปิดประชุมสภา โดยมีวาระแฝงเร้นคือการผลักดันร่าง พ.ร.บ.ปรองดอง และการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั่นเอง

 

เป็นการกระทำที่ไม่ใช่อิงประโยชน์ของส่วนรวม ไม่ได้คำนึงถึงความสงบสุขของบ้านเมืองแม้แต่น้อย แต่คำนึงแต่พวกของตัวเอง ญาติ พี่น้อง

 

รัฐบาลจึงอยู่ในสภาพเชื่อถือไม่ได้

 

สุดท้ายคือองค์กรอย่างศาลรัฐธรรมนูญ ที่มีความเกี่ยวเนื่องอย่างแนบแน่นกับอำนาจตุลาการ กำลังถูกท้าทาย ภายหลังมีคำสั่งวินิจฉัยรับคำร้องการแก้รัฐธรรมนูญเข้าข่ายล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตย

 

สส.เพื่อไทยบางส่วน เสื้อแดง ต่างคำรามไม่ยอมรับ และต้องการตอบโต้กลับ อาทิ การยื่นถอดถอนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ไปจนถึงการไม่ยอมรับคำวินิจฉัย

 

นั่นแสดงถึงการไม่ยอมรับในอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ

 

ทั้งหมดย่อมแสดงถึงภาวะแตกละเอียดของโครงสร้างสำคัญๆ ในระบอบประชาธิปไตย

 

ประชาชนจะพึ่งพาใคร บ้านเมืองจะเดินหน้าไปได้อย่างไร ในเมื่ออำนาจในระบอบประชาธิปไตยมีปัญหา

 

ทุกกลไก ทุกระบบ ถูกกระทำจนอยู่ในสภาพใกล้อับปาง

 

นี่แหละ อันตรายที่แฝงเร้นและรออยู่อย่างแท้จริง

สำรวจความคิดเห็น

Loading...

สถิติการเข้าชมสูงสุด