ภาค ปชช.ตั้งคำถามสร้างเขื่อนแม่วงก์ใครได้ประโยชน์ เหตุไม่แก้ปัญหาน้ำท่วม-ไม่บรรเทาภัยแล้ง
Date : 2012-06-09 20:09:44
เผยแพร่โดย ศูนย์ข่าวอาร์เอสยูนิวส์

ศูนย์ข่าวอาร์เอสยูนิวส์ / 6 มิ.ย.2555 ประธานมูลนิธิเพื่อการบริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการ แจงเขื่อนแม่วงก์ไม่ช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมได้ เหตุเป็นเขื่อนขนาดเล็กจุน้ำน้อย เจ้าหน้าที่มูลนิธิสืบนาคะเสถียรชี้คนในพื้นที่ไม่ขาดแคลนน้ำ งงรัฐบาลอนุมัติผ่านโดยไม่รอผลอีไอเอ ด้านดร.เจริญวิชญ์ หาญแก้ว ห่วงกระทบระบบนิเวศ กระตุ้นประชาชนจับตาหวั่นโกงงบประมาณ อดีตนักกิจกรรมสิ่งแวดล้อมวอนนักศึกษาร่วมจับตาการทำงานของรัฐบาล เชื่อจะทำให้สังคมสนใจปัญหาสิ่งแวดล้อมได้อีกครั้ง
จากงานเสวนา “สร้างเขื่อนแม่วงก์ ไม่แก้ปัญหาน้ำท่วม แต่ทำลายป่า” ซึ่งจัดโดย ฝ่ายพัฒนาสังคม ร่วมกับสาขาวิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม วิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต
นายหาญณรงค์ เยาวเลิศ ประธานมูลนิธิเพื่อการบริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการ กล่าวว่า แนวคิดการสร้างเขื่อนแม่วงก์เกิดขึ้นมานานหลายปีแล้ว โดยจะเห็นได้จากความพยายามสร้างกระแสข่าวเรื่องการสร้างเขื่อนมาโดยตลอดทั้ง เขื่อนแก่งเสือเต้น และเขื่อนแม่วงก์ อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาพบว่าสื่อมวลชนมีการนำเสนอข่าวว่าการสร้างเขื่อนแม่วงก์จะช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมบริเวณภาคกลางและกรุงเทพฯ ได้ ทั้งนี้ตนเห็นว่าโครงการดังกล่าวไม่สามารถช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมได้ เนื่องจากเป็นเขื่อนขนาดเล็กที่มีความจุน้ำได้เพียง 258 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งถือเป็นปริมาณเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปริมาณน้ำในช่วงน้ำท่วมเมื่อปีที่ผ่านมา
ประธานมูลนิธิเพื่อการบริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการ กล่าวต่อไปว่า ส่วนกรณีที่ภาครัฐอ้างว่าจะช่วยแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำของเกษตรกรในพื้นที่นั้น ตนพบว่าชาวบ้านส่วนใหญ่ปลูกมันสำปะหลังซึ่งเป็นพืชที่ใช้น้ำน้อย ดังนั้นน้ำจากลุ่มน้ำแม่วงก์จึงมีปริมาณเพียงพอต่อการใช้ทำการเกษตรในพื้นที่ นอกจากนี้บริเวณพื้นที่ป่าแม่วงก์ถือเป็นพื้นที่ป่าที่มีความสมบูรณ์มาก เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์เป็นจำนวนมาก เช่น นกยูง นกนานาชนิดและเสือ เป็นต้น อีกทั้งยังอุดมไปด้วยต้นสักที่มีขนาดใหญ่ซึ่งคาดว่ามีประมาณ 6 แสนต้น โดยคิดเป็นมูลค่ามากถึง 1,073 ล้านบาท ดังนั้นตนอยากถามรัฐบาลกลับไปว่าการลงทุนสร้างเขื่อนแม่วงก์จะคุ้มค่าต่องบประมาณและทรัพยากรที่สูญเสีย และประชาชาชนจะเป็นผู้ได้รับผลประโยชน์อย่างแท้จริงหรือไม่
ด้านนายตะวันฉาย หงส์วิไล หัวหน้าภาคสนามพื้นที่นครสวรรค์-กำแพงเพชร โครงการจัดการพื้นที่คุ้มครองอย่างมีส่วนร่วม มูลนิธิสืบนาคะเสถียรกล่าวว่า ตนมองว่าขณะนี้สื่อมวลชนไทยกำลังเข้าใจผิดเรื่องการสร้างเขื่อนแม่วงก์ เพราะมีการให้ข้อมูลว่าชาวบ้านบริเวณใกล้กับลุ่มน้ำแม่วงก์และจังหวัดนครสวรรค์ขาดแคลนน้ำ ทั้งที่ความจริงแล้วชาวบ้านในพื้นที่ไม่ได้ขาดแคลนน้ำแต่อย่างใด เนื่องจากมีแหล่งน้ำหลายแห่ง แต่ข่าวดังกล่าวเกิดขึ้นเพราะต้องการนำข้อมูลไปใช้สนับสนุนการสร้างเขื่อนแม่วงก์ ทั้งนี้จากการที่ตนเป็นคนในพื้นที่ขอยืนยันว่าเกษตรกรมีน้ำใช้เพียงพอ
“ในพื้นที่แม่วงก์มีแม่น้ำธรรมชาติอยู่เป็นจำนวนมากแต่ส่วนใหญ่อยู่ต่ำกว่าพื้นที่สร้างเขื่อนแม่วงก์ ดังนั้นการอ้างว่าสร้างเขื่อนแม่วงก์เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมนั้นจึงเป็นเรื่องไม่จริง ดังนั้นนอกจากจะต้องสูญเสียพื้นที่ป่าและระบบนิเวศแล้วยังไม่สามารถช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมได้ นอกจากนี้การสร้างเขื่อนในพื้นที่อุทยานแม่วงก์ยังถือเป็นเรื่องที่ขัดต่อกฎหมายอย่างชัดเจน แม้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะทำหนังสือทักท้วงเนื่องจากเห็นว่าส่งผลกระทบต่อธรรมชาติและระบบนิเวศ พร้อมส่งไปยังกรมชลประทานแต่ก็ไม่มีผลแต่อย่างใด จนกระทั่งวันที่ 10 เมษายน 2555 รัฐบาลจึงอนุมัติในหลักการให้สร้างเขื่อนแม่วงก์ ทั้งที่โครงการดังกล่าวยังไม่ผ่านการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมหรืออีไอเอ ซึ่งตนมองว่าเป็นการกระทำที่ผิดหลักการ เพราะการอนุมัติดังกล่าวได้ส่งผลให้เกิดความขัดแย้งระหว่างคนในพื้นที่ที่ได้รับผลประโยชน์และกลุ่มคนที่เสียผลประโยชน์ โดยมีความพยายามใช้อำนาจรัฐและใช้กำลังข่มขู่ชาวบ้านในพื้นที่เพื่อให้ยอมรับการสร้างเขื่อนแม่วงก์ ดังนั้นเราต้องกลับมาทบทวนว่าโครงการดังกล่าวก่อให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริงหรือไม่”หัวหน้าภาคสนามพื้นที่นครสวรรค์-กำแพงเพชร โครงการจัดการพื้นที่คุ้มครองอย่างมีส่วนร่วม มูลนิธิสืบนาคะเสถียร กล่าว
ดร.เจริญวิชญ์ หาญแก้ว อาจารย์ประจำสาขาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยรังสิตให้ความเห็นว่า ปัญหาการสร้างเขื่อนแม่วงก์ไม่ได้กระทบเพียงแค่คนในพื้นที่เท่านั้น แต่กระทบต่อเรื่องความหลากหลายทางชีวภาพซึ่งถือเป็นประเด็นที่โลกกำลังให้ความสนใจอยู่ในขณะนี้ ทั้งนี้พื้นที่ป่าแม่วงก์ถือเป็นผืนป่าขนาดใหญ่ที่สำคัญมาก อีกทั้งปัจจุบันนี้ประเทศไทยเหลือพื้นที่ป่าไม่ถึง 40 เปอร์เซ็นต์ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่น่าเป็นห่วง แม้ที่ผ่านมาจะมีโครงการปลูกป่าเป็นจำนวนมาก แต่แท้จริงแล้วเป็นเพียงแค่การปลูกต้นไม้เท่านั้น ไม่ใช่การปลูกป่าที่แท้จริง ดังนั้นหากมีการทำลายป่าเพื่อสร้างเขื่อนแม่วงก์อาจทำให้ประเทศไทยต้องเสียพื้นที่ป่าเป็นจำนวนมหาศาล และอาจทำให้พื้นที่ป่าที่เหลือเกิดสภาวะไอร์แลนด์เอฟเฟกต์ (IslandEffect) คือ การทำให้ผืนป่าขนาดใหญ่กลายเป็นป่าขนาดเล็กที่กระจัดกระจายอยู่ในพื้นที่โดยรอบส่งผลให้พันธุ์ไม้และสัตว์ป่าสายพันธุ์ต่างๆ อ่อนแอลงจนอาจจะต้องย้ายที่อยู่หรือสูญพันธุ์ลงในที่สุด
ดร.เจริญวิชญ์ กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ยังพบความผิดปกติในโครงการสร้างเขื่อนแม่วงก์ในส่วนของงบประมาณ เพราะเมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ.2554 มีการตั้งงบประมาณไว้เพียง 9 พันล้านบาท แต่ล่าสุดเมื่อ 10 เมษายน พ.ศ.2555 กลับเพิ่มงบประมาณเป็น 13,280 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นเพิ่มงบประมาณขึ้นมาก ซึ่งประเด็นนี้ถือเป็นเรื่องที่ทุกคนต้องช่วยกันจับตามอง นอกจากนี้จากการที่ตนลงพื้นที่สำรวจบริเวณเขื่อนทับเสลา จ.อุทัยธานี ซึ่งเป็นพื้นที่ใกล้เคียงกับบริเวณที่จะสร้างเขื่อนแม่วงก์กลับพบว่าเขื่อนดังกล่าวมีน้ำในปริมาณน้อยมาก ทั้งๆ ที่อยู่ในช่วงหน้าฝน นอกจากนี้การที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติสร้างเขื่อนโดยไม่รอผลการทำอีไอเอ ยังเป็นการปิดโอกาสไม่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมทั้งที่โครงการดังกล่าวส่งผลกระทบต่อประชาชนเป็นจำนวนมาก ดังนั้นทุกฝ่ายจึงควรทบทวนว่าประเทศไทยมีความจำเป็นต้องสร้างเขื่อนแม่วงก์จริงหรือไม่
นางสาวฝ้ายคำ หาญณรงค์ อดีตนักกิจกรรม คณะกรรมการอนุรักษ์ทรัพยากรและสภาวะแวดล้อม 6 สถาบันกล่าวว่า นักศึกษาถือเป็นพลังที่บริสุทธิ์ เป็นเสียงที่สังคมยอมรับฟัง อีกทั้งมีสิทธิชอบธรรมในการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลโดยที่ประชาชนไว้วางใจ ดังนั้นนักศึกษาสามารถเป็นกระบอกเสียงในการประชาสัมพันธ์ในโครงการต่างๆ ที่มีผลกระทบต่อประชาชน ซึ่งตนเชื่อว่าพลังของนักศึกษาจะช่วยให้สังคมหันกลับมาสนใจปัญหาสิ่งแวดล้อมได้อีกครั้ง อีกทั้งการเข้าร่วมตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลจะช่วยให้นักศึกษามีประสบการณ์ในการทำงานหรือทำกิจกรรมมากขึ้น นอกจากนี้นักศึกษายังสามารถใช้ความเชี่ยวชาญใช้ระบบโซเชี่ยลเน็ตเวิร์คร่วมตรวจสอบการทำงานของภาครัฐและกระจายข่าวสารที่สร้างผลกระทบต่อประชาชนได้ ตนเชื่อว่าหากนักศึกษาสร้างเครือข่ายที่มีความเชี่ยวชาญในแต่ละสาขาก็จะสามารถสร้างเครือข่ายขนาดใหญ่เพื่อร่วมกันตรวจสอบโครงการภาครัฐขนาดใหญ่ที่มีผลกระทบต่อภาคประชาชน
สำรวจความคิดเห็น
Loading...
สถิติการเข้าชมสูงสุด
1. “พาณิชย์” เผยไข่ไก่ราคาลงแล้วสวนทางกับผัก
2. “เอกยุทธ” ตายไทยอินไซเดอร์ปิดตัว
3. เปิดบันทึกนักสืบ..คดี “เอกยุทธ อัญชันบุตร”
4. ศธ.ฉาวอีกโยกครู6แสนตั้งผอ. 7 หลัก ร้อง 80 โรงเรียน..
5. นักการเมืองแนะไม่ประมาทเลือกคนขับรถ
6. “บุญทรง” ถก กขช.บ่ายจ่อฟ้องปูดจำนำข้าวเจ๊ง 2.6 แสน..
7. จับตา"ปลูกป่า"หมื่นล้าน ระวังซ้ำรอยเพราะนโยบายไม่ช..
8. ตีแสกหน้า ศธ. อดีตครูต่างชาติวิพากษ์การศึกษาไทย ล้..
1. 'นพดล'แปลกใจ 'จ้อน'เรียกร้องพท.ปฏิรูปพรรค
2. อดีตคตส. ท้า"แม้ว"เปิดหลักฐานใครรับเงิน
3. ลืมแล้วหรือ?"สำนวนที่หายไป"
4. 'แท็กซี่' ร้องขอขึ้นมิเตอร์ เหตุต้นทุนพุ่ง
5. “บุญจง”แนะรัฐแก้ของแพงดีกว่านิรโทษกรรม
6. พิสูจน์ชัด! ขายแพงจริง 2 โรงหนังดัง
7. แฉมะกันบีบเปิดตลาดนำเข้าเนื้อหมู





