ชี้ป่าไม้ลำปางวิกฤตแล้ว “งาว-วังเหนือ” หนักสุด
Date : 2012-05-15 10:44:25
เผยแพร่โดย ศูนย์ข่าวอาร์เอสยูนิวส์
ผอ.สนง.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมฯ รับป่าไม้ลำปางวิกฤตแล้ว ชี้ “งาว-วังเหนือ” หนักสุด เร่งออก 6มาตรการป้องกันปราบปรามก่อนที่ป่าต้นน้ำจะหมดจนก่อปัญหาร้ายแรงตามมา
ผู้จัดการออนไลน์ / 15 พ.ค. 55 วานนี้ (14พ.ค.) นายอนิวัตต์ อร่ามนนทิราลัย ผอ.สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดลำปาง นำภาพถ่ายซึ่งทางหน่วยงานและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้บินสำรวจทุกอำเภอของจังหวัดลำปางเมื่อเดือนเมษายน 2555ที่ผ่านมาแสดงต่อผู้สื่อข่าว พร้อมกับบอกว่าป่าไม้ของจังหวัดลำปางในขณะนี้ถือว่าอยู่ในภาวะวิกฤตอย่างหนักจากการถูกบุกรุกแผ้วถาง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ บริเวณรอบอ่างเก็บน้ำกิ่วคอหมา เขตอุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท
โดยพื้นที่ที่พบการบุกรุกมากที่สุดคือ พื้นที่ป่าสงวนเขตอำเภองาว อำเภอวังเหนือ ซึ่งยังไม่สามารถประเมินพื้นที่ได้
นายอนิวัตต์บอกว่า สาเหตุของการบุกรุกแผ้วถางป่า พบว่าปัญหาใหญ่มาจากการทำการเกษตรและนโยบายส่งเสริมการปลูกพืชบางชนิดที่ทำให้พืชชนิดนั้นๆ มีราคาสูงส่งผลให้มีการขยายพื้นที่การเพาะปลูกเพิ่ม รวมถึงคนต่างถิ่นเข้ามากว้านซื้อที่ดินเพื่อปลูกยางพารา โดยมีนายหน้าในพื้นที่จัดซื้อในลักษณะแปลงใหญ่ คือ 500-1,000ไร่ ซื้อทั้งที่ดินที่มีเอกสารสิทธิและไม่มีเอกสารสิทธิ และลุกลามเข้าไปในพื้นที่ป่าสงวน
นายอนิวัตต์บอกว่า ปัญหาดังกล่าวทำให้ขณะนี้ทางสำนักงานได้เสนอแนวทางการป้องกันปราบปราม รวม 6มาตรการ ให้จังหวัดลำปางดำเนินการแล้ว ซึ่งประกอบด้วย
1. ให้ใช้มาตรการทางกฎหมายบังคับอย่างเข้มงวด
2. ใช้มาตรการชะลอ งด การพัฒนาการส่งเสริม การสนับสนุนกิจกรรมทุกประเภทแก่หมู่บ้านที่อยู่ในเขตป่าอย่างผิดกฎหมาย
3. ใช้มาตรการทางสังคม โดยการไม่รับซื้อผลผลิตที่ผลิตในพื้นที่ที่บุกรุกป่า
4. ขอความร่วมมือภาคเอกชน งดให้การสนับสนุนการเกษตรทุกชนิดในพื้นที่ป่าไม้พื้นที่ต้นน้ำลำธาร 5. ให้ผู้นำท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมในการสอดส่องดูแล และใช้กฎหมายบังคับ และ 6. ให้มีการบรรจุระเบียบวาระการบุกรุกตัดไม้ทำลายป่า และยึดถือครอบครองพื้นที่ของแต่ละอำเภอเพื่อให้ทุกคนได้รับรู้สถานการณ์และทำการป้องกันปราบปรามทันที
นอกจากนี้ ทางสำนักงานฯ จะเสนอแนวทางที่จะเป็นการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนต่อรัฐบาลด้วย คือ ขอให้สนับสนุนประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เพื่อให้เปลี่ยนแปลงการทำมาหากินจากการปลูกพืชแล้วต้องบุกรุกพื้นที่ เป็นการส่งเสริมหรือจ้างงานให้ปลูกป่าแทน โดยอาจจะให้เป็นเงินเดือนในการปลูก-ดูแลไปในตัว และนำโครงการดังกล่าวเสนอต่อต่างประเทศเพื่อรับการสนับสนุน รวมถึงเก็บภาษีจากคนเมืองมาช่วยในการจ้างงานด้วย ซึ่งวิธีนี้จะสามารถทำให้คนที่อยู่กับป่าหรือใกล้ป่าเปลี่ยนแนวคิดใหม่ และเป็นการร่วมกันดูแลป่าอย่างยั่งยืน
“หากยังไม่เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง ผลที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้คือปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม ทั้งอากาศร้อน น้ำท่วมในทุกพื้นที่ ภัยแล้ง ก็จะทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้น”
สำรวจความคิดเห็น
Loading...
สถิติการเข้าชมสูงสุด
1. 'มาร์ค'มั่นใจข้อเท็จจริง พร้อมแจงศาลปมถอดยศ
2. ญาติวีรชนพฤษภา 35 ขอรัฐเยียวยาเท่าแดง
3. วัดใจ “ปู” เซ็นคืนเงิน “อุดม” งงไม่เคยเห็นออกพรบ.ล..
5. 28 จุดเสี่ยงระวัง เจอลูกหลง นร.ตีกัน
6. สั่งลาเปิดเทอม 16 พ.ค.ปีนี้ครั้งสุดท้าย
7. กลุ่ม 29 มกราฯซัดปรองดองฉบับ “เฉลิม”
8. ใบปลิวแฉ “วรวัจน์” ว่อน ก.วิทย์ฯ-สวทช. นัดแต่งดำปร..
1. เอกชนปรับตัวหนีค่าแรง 300 ลดจ้างงาน
2. “จรัญ” พ้อเปรียบบ้านเมืองเป็นยุค 'นักมวยไล่ต่อยกรร..
3. กมธ.เคาะแก้รธน.ให้มีสว.เลือกตั้ง 200
4. เปิดสมาชิกกบข.กลับใช้ระบบบำนาญ
5. คำเตือน ส.อนาคตศึกษา : ‘5เรื่องที่รัฐบาลต้องทำ ถ้า..
6. แนะรัฐชั่่งน้ำหนักแผนลงทุน 2 ล้านล้าน คุ้มทุนหรือไ..
7. ฮีโร่
8. เอเชียเสี่ยงหนี้ท่วมหัวแบงก์ต่างชาติบุกตลาดสินเชื่..





