เมื่อถึงบท'นางพญา'ชมตลาด พร้อมตัดพ้อ ร้องขอความเป็นธรรม

Date : 2012-05-08 09:19:03

เผยแพร่โดย ศูนย์ข่าวอาร์เอสยูนิวส์

 

โดย:ทีมข่าวการเมือง

 

ไทยรัฐ/ 8 พ.ค. 2555 ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ปฏิเสธไม่ได้ว่า เรื่องที่กลายเป็น talk of the town อยู่ในความสนใจของพี่น้องประชาชน มากที่สุดของแวดวงข่าวการเมือง มาแรงแซงทางโค้ง ทำให้การเมือง เรื่องอื่นๆ ต้องชิดซ้ายตกขอบไปเลย อาทิ เรื่องปรับครม."ยิ่งลักษณ์ 3" เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญในสภาผู้แทนราษฎรที่ลากยาวมาเกือบ 2สัปดาห์ การพ่ายแพ้การเลือกตั้งทั้งในระดับชาติและระดับท้องถิ่น ทั้งการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ที่ปทุมธานี กับการเลือกตั้งนายกเทศมนตรี เชียงราย ของพรรคเพื่อไทยและพลพรรคเสื้อแดง 

 

ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อ เรื่องที่มาแรงที่สุด กลับกลายเป็นเรื่องราคาสินค้าของอุปโภคและบริโภค ต่างพาเหรดดาหน้าแข่งกันขึ้นราคา จนทำให้ประชาชนต้องออกมาร้องขอให้รัฐบาล ที่นำโดยนายกรัฐมนตรีหญิงหนึ่งเดียวของไทย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เข้ามาควบคุมราคาสินค้าจำเป็น ไม่ให้เพิ่มมากขึ้นจนเกินไปจนทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนไปมากกว่าที่เป็นอยู่ และหาทางช่วยเหลือชาวบ้าน

 

ยิ่งมาสะดุด กับคำให้สัมภาษณ์ของนายกรัฐมนตรีด้วยแล้ว เรื่องที่น่าจะค่อยๆ เงียบและเบาลง กลับปะทุและดูรุนแรงมากกว่าเก่า จนทำท่าบานจนหุบไม่ลง หรือภาษาชาวบ้านต้องบอกว่า รั้งไม่อยู่ เมื่อนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนแสดงความคิดเห็นส่วนตัว ระบุถึงสาเหตุ ปัญหาสินค้าราคาแพง ว่า มาจาก 2ส่วน คือ ข้อมูลที่เราเก็บจากข้อเท็จจริง และส่วนหนึ่งเกิดจากความรู้สึกของประชาชน

 

อย่างไรก็ตาม ภาพรวมของราคาสินค้าที่ประชาชนเกิดความรู้สึกว่าแพงนั้น อาจมาจากผลพวงอุทกภัยน้ำท่วมที่ผ่านมา ทำให้เกิดความรู้สึกว่าราคาสินค้ายังสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งที่ความจริงก็เริ่มมีการปรับตัวลดลง แต่อาจยังไม่ได้ปรับตัวลดลงในจุดที่ประชาชนพอใจ ประกอบกับช่วงเดือน เม.ย. มีอากาศร้อน และเป็นเดือนที่มีค่าใช้จ่ายมาก เช่น ลูกต้องเรียนหนังสือ

 

"เมื่อ 2มุมนี้มาประกอบกันจึงอาจทำให้เกิดความรู้สึกว่าสินค้าราคาแพง แต่ยืนยันว่าจากที่เราเก็บข้อมูลมา ราคาสินค้ามีแนวโน้มที่ดีขึ้น แต่อาจไม่ตรงกับใจของประชาชน แต่รัฐบาลก็ยืนยันที่จะเดินหน้าและทำทุกวิถีทางในการหามาตรการช่วยเหลือประชาชน อย่างไรก็ตามคงเป็นมาตรการช่วยเหลือเฉพาะกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และกลุ่มผู้มีรายได้น้อย เพื่อให้ได้รับการดูแลอย่างเต็มที่"

 

"ความรู้สึกของผู้บริโภคอาจจะรู้สึกว่าอาหารแพง แต่จริงๆ รัฐบาลก็ต้องมองทั้ง 2ส่วน ทั้งความรู้สึกของผู้บริโภค ที่สำคัญต้องดูตัวเลขที่จับต้องได้จริงๆ ซึ่งเราคงจะได้เห็นตัวเลขเศรษฐกิจอย่างแท้จริงหลังจากที่ได้มีการแถลงใน ไตรมาสที่หนึ่ง" น.ส.ยิ่งลักษณ์ นายกรัฐมนตรีกล่าว …

 

การให้สัมภาษณ์ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในกรณีดังกล่าว แน่นอนเชื่อว่านายกรัฐมนตรีเองก็ไม่ได้ตั้งใจ แต่กลับกลายเป็นการจุดกระแสความไม่พอใจให้กับประชาชนเป็นจำนวนไม่น้อย ที่กำลังรู้สึกว่าได้รับความเดือดร้อนยากลำบากในการใช้ชีวิตประจำวัน จากปัญหาค่าครองชีพ และสินค้าของใช้จำเป็น มีราคาแพงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แน่นอนว่าเรื่องปากท้องของชาวบ้านเป็นเรื่องละเอียดอ่อนและใกล้ตัวมากที่สุด จึงถูกสะท้อนผ่านจากผลโพลสารพัดสำนักที่ออกมาตรงกัน ว่า ราคาสินค้าที่แพงประชาชนไม่ได้คิดไปเอง กลายเป็นหอกเล่มใหญ่ที่ทิ่มใส่รัฐบาลโดยตรง จนต้องยอมรับว่าสั่นคลอนต่อเสถียรภาพรัฐบาล

 

สังเกต นายกฯ มีคำสั่งด่วนให้ครม.11คน แบ่งหน้าที่ลงสำรวจราคาอาหารในตลาดสดในพื้นที่ต่างๆ เพื่อเป็นการยืนยันว่าอาหารและสินค้ามีราคาไม่แพง และนำมาถึงกรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ต้องรีบสวมบทเป็นนางพญาเดินชมตลาด ลงพื้นที่ตลาดสดพิชัย ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ตั้งแต่ช่วงเช้าเมื่อวานที่ผ่านมา เพื่อสำรวจราคาอาหารและสินค้า ว่า ราคาไม่ได้แพงอย่างที่ประชาชนและโพลสำรวจความคิดเห็นออกมาระบุก่อนหน้า

 

ขณะที่ต้องยอมรับความจริงว่า ในโซเชียลมีเดีย นั้นไปไกลมากกว่า หลายวันก่อน มีการโพสต์ข้อความว่า "ระวังรัฐบาลกำลังเตรียมสร้างภาพ ก่อนที่นายกฯ จะลงพื้นที่สำรวจจะมีการขอความร่วมมือพ่อค้าและแม่ค้าให้ติดป้ายราคา หรือขายของในราคาที่ต่ำกว่าความเป็นจริงขณะที่นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่สำรวจตลาด"

 

และยิ่งเมื่อ "ยิ่งลักษณ์" ออกมายอมรับเอง หลังลงพื้นที่ ตลาดพิชัย เทศบาลปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ว่าราคาสินค้า (บางอย่าง) แพงขึ้นอย่างที่เห็นได้ชัด แนวโน้มราคาตรงกับที่ กระทรวงพาณิชย์ ได้แจ้งไว้ พบว่า ราคาสินค้าบางชนิด ยังมีราคาสูง แต่บางอย่างก็ถูกลงแล้ว โดยเปรียบเทียบกับฤดูกาลเดียวกัน ซึ่งมีมาตรการควบคุมกลไกการตลาด

 

ขณะที่ แม่ค้าขายผักได้ยืนยันว่าราคาผักมีราคาสูงขึ้นเกือบเท่าตัว โดยเฉพาะถั่วฝักยาว ที่ราคาจากเดิมกิโลกรัมละ 30บาท ขึ้นราคาเป็น 70บาท หากถั่วฝักยาวเกรดเอ จะราคาสูงถึง 100บาทเลยทีเดียว โดยที่ร้านไม่นำถั่วฝักยาวมาขายเนื่องจากราคาสูงมาก ส่วนร้านไข่ไก่ ได้บอกกับนายกรัฐมนตรี ว่า ราคาไข่ไก่แพงขึ้นจริง แต่เนื่องจากไก่ตายเพราะอากาศร้อนผลผลิตไข่จึงออกมาจำนวนน้อยจึงทำให้ไข่ราคาแพงขึ้น ไม่ได้มาจากการบริหารงานที่ผิดพลาดของรัฐบาลแต่อย่างใด

 

ประกอบกับระหว่างลงพื้นที่ของนายกรัฐมนตรี ในโลกออนไลน์ก็ยังปรากฏการแสดงความคิดเห็นผ่านทางทวิตเตอร์ @ajarnjar ของ ดร.จารุพรรณ กุลดิลก ส.ส.พรรคเพื่อไทย ที่สนับสนุนรัฐบาล ระบุว่า ประชาชนให้ความร่วมมือกับรัฐบาลนี้มาก อันที่จริงภาวะขาดแคลนหลังน้ำท่วมทำให้ของแพงขึ้น แต่ก็ลดลงมาอย่างรวดเร็ว ก็เพราะประชาชนให้ความร่วมมือ อัตราเงินเฟ้อของกระทรวงพาณิชย์ในเดือนเม.ย. อยู่ในระดับ 2.47%ต่ำที่สุดในรอบ 2ปี 5เดือน ซึ่งการสำรวจจากราคาสินค้ากว่า 6หมื่นรายของกระทรวงพาณิชย์ ราคาหมูเนื้อแดงอยู่ที่ กก.ละ 125-135บาท ถูกกว่าปีก่อนที่ 140-150บาท และ ราคาไข่ไก่ก็ถูกกว่า เบอร์ 2อยู่ที่ฟองละ 2.80-2.90บาท จากปีก่อนอยู่ที่ฟองละ 3.80-4.00บาท

 

ส่วนที่ราคาน้ำมันและไฟฟ้าขึ้นนั้น ปรับตามราคาตลาดโลก ซึ่งรัฐบาลชะลอการใช้หนี้กองทุนน้ำมัน คือการชะลอต้นทุนสินค้า ถ้าใครจะบอกว่าอัตราเงินเฟ้อไม่ใช่ของจริง ก็นำมาชี้แจงได้เลย ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ควบคุมอยู่ อย่าปลุกกระแสโดยไร้ข้อมูลอ้างอิง ประชาชนส่วนใหญ่หวังดีกับประเทศ ให้ความร่วมมืออย่างดี โดยควบคุมราคาอย่างเป็นเหตุเป็นผล ตามปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้อย่างพลังงาน

 

ด้านนายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ จู่ๆ ยังเกิดอาการนอตหลุด ออกโรงชน “มาร์ค” กล้าปลด นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกปชป.หรือไม่  เหตุไม่หาข้อมูลให้ดี ก่อนให้ข่าวใส่ร้ายคนอื่น ท้า ปชป. โชว์ข้อมูลสินค้าแพงพิสูจน์ พาณิชย์บิดเบือน พร้อมสร้างวาทกรรม อัด หน้าตาเหมือน “ปลาบู่ชนเขื่อน” สร้างศัตรูมากกว่ามิตร พร้อมท้าเดิมพันด้วยตำแหน่งปลัดของตน หากมีหลักฐานทำข้อมูลบิดเบือนจริง

 

ก็ว่ากันไป ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ประชาชนก็คงเห็น และรู้สึกถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นอยู่แล้ว คงไม่สามารถที่จะมาบิดเบือนหรือพยายามสร้างกระแสใดๆ ได้

 

แต่นั่นยังไม่หนักเท่า มีรายงานจากผู้สื่อข่าวที่ติดตามไปทำข่าว ยืนยัน ว่า นายกรัฐมนตรีได้ออกมาพูดทำนอง ตัดพ้อสื่อฯว่า ที่ไปพาดหัวว่า "ยิ่งลักษณ์" บอกว่า ชาวบ้านคิดไปเองว่าของแพง จริงๆ แล้วดิฉันบอกว่า เหตุที่รู้สึกว่าสินค้ามีราคาแพงมาจากหลายๆ ปัจจัย ไม่ได้บอกว่าชาวบ้านคิดไปเอง ที่สำคัญส่วนตัวเห็นใจประชาชน ไม่เช่นนั้นคงไม่ลงมาตรวจสอบราคาในตลาดสดเช่นนี้ ทั้งนี้ ตัวเองจะร้องหาความเป็นธรรมจากใคร เพราะยืนยันว่าไม่ได้พูดจริงๆ  พร้อมกับมีรายงานอีกด้วยว่า ระหว่างการให้สัมภาษณ์ สังเกตว่า นายกรัฐมนตรีมีอาการตาแดงๆ และเสียงสั่น

 

แน่นอนหากเป็นไปตามที่สื่อฯมีรายงานออกมาจริง ก็ต้องถามว่ามีความเหมาะสมหรือไม่ ที่คนระดับผู้นำประเทศจะมีท่าทีเช่นนั้นบ่อยครั้ง ทั้งที่ความเป็นจริงแล้ว บุคคลระดับผู้นำทั่วโลก จำเป็นจะต้องแสดงท่าทีเข้มแข็ง เด็ดเดี่ยว สมภาวะความเป็นผู้นำ ถึงแม้จะเป็นผู้หญิงก็ตาม หากให้ยกตัวอย่างที่ชัดเจน ก็มีทั้ง อดีตนายกรัฐมนตรีหญิงเหล็กของอังกฤษ นายกรัฐมนตรีหญิงของเยอรมนี หรือแม้แต่ นางออง ซาน ซูจี หญิงเหล็กแห่งสหภาพพม่า ซึ่งต้องยอมรับว่ามีจิตใจที่แข็งแกร่งมาก ไม่เคยเห็นน้ำตาเลยแม้แต่หยดเดียว  แม้เจอแรงกดดันทางการเมืองหนักเพียงใดก็ตาม

 

และนั่นคือการบ้าน ที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีหญิง หนึ่งเดียวของไทยต้องพยายามปรับตัวให้ได้ การที่จะใช้มุกเดิมๆ ว่า เป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่ามารังแก หรือขอโอกาสทำงาน เพราะไม่เคยมีประสบการณ์ทางการเมืองมาก่อนอย่างเดียว มันคงใช้ไม่ได้ทุกครั้งหรือตลอดไป

 

หนทางที่ดีที่สุดคือต้องแสดงภาวะความเป็นผู้นำ ความเด็ดเดี่ยวและเข้มแข็งให้ประชาชนได้เห็น ทำให้เกิดความเชื่อมั่นว่า ผู้นำคนนี้สามารถทำงานได้ดี ทำเพื่อประโยชน์ของประเทศเป็นที่ตั้ง ไม่มีผลประโยชน์แอบแฝง หรืออยู่ภายใต้อำนาจใคร รวมไปถึง ประชาขน เชื่อมั่นได้ว่า ผู้นำคนนี้สามารถฝากผีฝากไข้ได้ในยามหน้าสิ่วหน้าขวานต่างหาก นั่นถึงจะเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด

สำรวจความคิดเห็น

Loading...

สถิติการเข้าชมสูงสุด