ครม.เคาะพักหนี้ดีไม่เกิน 5 แสน แบงก์สูญกำไร 4.5 หมื่นล. 'กู้บ้าน-บัตรเครดิต'แห้ว

Date : 2012-04-25 09:31:15

เผยแพร่โดย ศูนย์ข่าวอาร์เอสยูนิวส์

 

ไทยโพสต์/ 25 เม.ย. 2555 ครม.ไฟเขียวพักหนี้เกษตรกร-ประชาชน ที่มีหนี้ไม่เกิน 5 แสนบาท หั่นดอกเบี้ย 3% ระยะเวลา 3 ปี โวมีประชาชนสนใจเข้าโครงการ 3.8 ล้านบาท นักวิชาการตอก ไม่ใช่โครงการจำเป็น

 

นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การคลัง เปิดเผยว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงการคลังเสนอโครงการพักหนี้เกษตรกรรายย่อยและประชาชนผู้มีรายได้น้อย ที่มีหนี้คงค้างไม่เกิน 5 แสนบาท (พักหนี้ดี) โดยสามารถเลือกแนวทาง 1.พักเงินต้นและลดอัตราดอกเบี้ยลง 3% ต่อปี เป็นระยะเวลา 3 ปี หรือ 2.ลดอัตราดอกเบี้ยลง 3% ต่อปี โดยไม่ต้องพักเงินต้นเป็นเวลา 3 ปี ให้กับลูกหนี้ที่มีสถานะปกติก่อนวันที่ 24 เม.ย.2555 โดยจะเริ่มโครงการตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย.2555 - 31 ส.ค.2558 ซึ่งเกษตรกรรายย่อยและประชาชนผู้มีรายได้น้อยที่เข้าโครงการดังกล่าว ยังสามารถกู้เพิ่มได้

 

ทั้งนี้ มีลูกหนี้ดีที่เข้าเกณฑ์โครงการดังกล่าว รวม 3.8 ล้านราย คิดเป็นมูลหนี้ 4.6 แสนล้านบาท จาก 4 ธนาคารของรัฐที่ร่วมโครงการ แบ่งเป็นธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.), ธนาคารออมสิน, ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) 3.5 พันราย มูลหนี้ 450 ล้านบาท

 

สำหรับอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง 3% ระยะเวลา 3 ปีนั้น คิดเป็นวงเงินในการดำเนินงานทั้งสิ้น 4.5 หมื่นล้านบาท โดยในส่วนนี้รัฐบาลจะเข้าไปอุดหนุนดอกเบี้ยปีละ 1.5% ซึ่งตั้งงบประมาณชดเชยปีละ 7.5 พันล้านบาท ส่วนที่เหลือธนาคารของรัฐที่เข้าร่วมโครงการจะยอมลดอัตราดอกเบี้ยช่วย ทำให้กระทบในส่วนของการนำส่งกำไรเข้ารัฐปีละประมาณ 7.5 พันล้านบาทเช่นกัน

 

นายกิตติรัตน์กล่าวอีกว่า รัฐบาลคาดว่าผลจากโครงการพักหนี้จะส่งผลต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจประมาณ 0.4-0.7% ต่อปี อย่างไรก็ดีจะต้องติดตามผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

 

“โครงการพักหนี้ดีดังกล่าวมีความชัดเจนหมดแล้ว และวางแผนว่า ในวันที่ 1 ก.ย.2555 จะให้เริ่มกระบวนการชำระเงินต้น และอัตราดอกเบี้ยในเงื่อนไขผ่อนปรนตามหลักเกณฑ์ของโครงการ โดยระหว่างนี้ธนาคารของรัฐที่เข้าร่วมโครงการก็ต้องไปหารือกับลูกค้าที่เข้าเกณฑ์ ว่าต้องการเข้าร่วมโครงการหรือไม่ และในแนวทางใด ส่วนหนี้ประเภทหนี้บ้าน บัตรเครดิต รถยนต์ไม่สามารถเข้าร่วมโครงการได้ เพราะก่อนหน้านี้รัฐบาลมีการออกมาตรการมารองรับหมดแล้ว” นายกิตติรัตน์กล่าว

 

ด้านนายลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการ ธ.ก.ส. เปิดเผยว่า ธนาคารคาดว่าการลดอัตราดอกเบี้ย 3% จะกระทบกับกำไรของธนาคารหายไปปีละ 6 พันล้านบาท จากปัจจุบันที่ธนาคารมีกำไรปีละ 8 พันล้านบาท

 

ส่วนนายเลอศักดิ์ จุลเทศ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า การลดอัตราดอกเบี้ย 3% กระทบกำไรของธนาคารปีละไม่เกิน 700 ล้านบาท ถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับสัดส่วนสินเชื่อรวม 1.4 ล้านล้านบาท    ขณะที่ นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ส่วนตัวเห็นว่าไม่มีความจำเป็นที่รัฐบาลจะต้องเร่งดำเนินโครงการพักหนี้เกษตรกรรายย่อยและประชาชนผู้มีรายได้น้อย ที่มีหนี้คงค้างไม่เกิน 5 แสนบาท โดยเฉพาะในส่วนของเม็ดเงิน 4.5 หมื่นล้านบาท ที่ใช้ในการดำเนินการลดอัตราดอกเบี้ยลง 3% นั้น หากรัฐบาลนำไปใช้ลงทุนในส่วนอื่นๆ ที่จะเป็นประโยชน์กับประเทศน่าจะมีความเหมาะสมมากกว่า.

สำรวจความคิดเห็น

Loading...

สถิติการเข้าชมสูงสุด