งานบริการทางการแพทย์ไทยในเวทีอาเซียน

Date : 2012-05-06 00:28:30

เผยแพร่โดย ศูนย์ข่าวอาร์เอสยูนิวส์

คมชัดลึก -- ปี 2558 ประตูแห่งโอกาสอย่าง “อาเซียน” จะเปิดกว้างให้ 10 ประเทศได้มีโอกาสค้าขายกันอย่างเสรี นอกจากไทยจะมีโอกาสค้าขายในเขตอาเซียนมากถึง 24% ของจีดีพีของประเทศ ตลาดอาเซียนยังถือเป็นตลาดแห่งโอกาสขนาดใหญ่ที่มีประชากรประมาณ 600 ล้านคน มูลค่าการซื้อขายประมาณ 3% ของโลกหรือประมาณ 2000 เหรียญสหรัฐฯ

 

งานประชุมวิชาการของสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน) ภายใต้หัวข้อ "การค้าอาเซียน จะเรียนรู้และรับมืออย่างไร" ซึ่งถือเป็นโอกาสอันดีของภาคบริการทางด้านการแพทย์และสาธารณสุขไทย ภายใต้ปัญหาและอุปสรรคบางอย่างที่ต้องร่วมกันก้าวข้ามไป

 

นายราเชนทร์ พจนสุนทร รองปลัดกระทรวงพาณิชย์กล่าวว่า ในภาคของการบริการ เรื่องของวิชาชีพที่สามารถจะไปได้ดีในตลาดอาเซียนได้แก่ ธุรกิจสุขภาพ ไอที การขนส่งทางอากาศ เทเลคอม โลจิสติกส์ ร้านอาหาร สปา เสริมความงาม รักษาพยาบาล ก่อสร้าง ซ่อมเรือ อู่ซ่อมรถยนต์ ถือเป็นโอกาสที่ต้องส่งเสริมให้คนไทยมีฝีมือให้เก่งยิ่งขึ้น

 

"ข้อมูลจากสมาคมโรงพยาบาลเอกชนระบุว่าในแต่ละปีมีผู้ป่วยชาวต่างชาติเข้ามาทำการรักษาที่เมืองไทยไม่น้อยกว่าปีละ 1 ล้านคน ซึ่งมีทั้งชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ที่ประเทศไทย และเป็นเดินทางมาจากต่างประเทศโดยตรง ส่วนเมื่อเขตการค้าเสรีอาเซียนเกิดขึ้นนั้น ในแง่ของวิชาชีพทางด้านสาธารณสุขนั้นอาจจะเกิดการเคลื่อนย้ายบุคลากรด้านการแพทย์ ไม่ว่าจะเป็นแพทย์หรือพยาบาล เพราะปัญหาการขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์ยังถือเป็นปัญหาที่สำคัญของไทย ลำพังจะบุคลากรที่จะให้บริการคนในประเทศก็ยังไม่พอ หากต้องรองรับการให้บริการผู้ป่วยจากต่างประเทศอีกเราจะพร้อมหรือไม่?"

 

ดังนั้น เรื่องที่สำคัญที่สุดจึงต้องพูดคุยกันว่าภาครัฐและเอกชนจะวางแผนการผลิตบุคลากรอย่างไรให้เพียงพอ ที่จะบริการทั้งคนในและคนนอก รวมทั้งการพัฒนาบุคลากรให้มีทักษะและคุณภาพให้ดียิ่งขึ้นต่อไป

 

นางสาวบุศรา กาญจนาลัย กรมอาเซียน กระทรวงการต่างประเทศกล่าวว่า กรอบงานด้านสาธารณสุขที่เกี่ยวข้องกับอาเซียนนั้นประกอบไปด้วยเรื่องความปลอดภัยของอาหาร การดูแลสุขภาพ การบริการสุขภาพ การเพิ่มศักยภาพควบคุมโรคติดต่อ ความปลอดภัยจากยาเสพติด และในกรณีที่เกิดภัยพิบัติงานสาธารณสุขจะเข้ามามีส่วนช่วยเหลืออย่างไร

 

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ท้าทายของงานสาธารณสุขในเวทีอาเซียน คือ การสร้างความมั่นคงทางด้นมนุษย์ให้แก่ประชากรในอาเซียน ทั้งเรื่องของการเข้าถึงยาในราคาที่สามารถซื้อหาได้ การป้องกันการเกิดโรคระบาดใหม่ๆ ส่งเสริมความร่วมมือด้านระบบบริการสุขภาพ การกำหนดให้งานสาธารณสุขเป็นวาระสำคัญของชาติ ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่จะต้องยกระดับมาตรฐานงานด้านสาธารณสุข เพื่อการดูแลประชาชนทั้งในประเทศของตัวเองและประเทศอาเซียน และมีความสามารถในการแข่งขัน

 

“ทุกภาคส่วนมีโอกาสเป็นสินค้าภาคบริการ การพัฒนากลไกบุคลากรจึงเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ อย่างการเพิ่มความรู้เกี่ยวกับอาเซียน การเตรียมความพร้อมของบุคลากรที่เปิดกว้างสนใจโลกภายนอก และมีความเป็นมืออาชีพ จะทำให้ไทยสามารถคว้าโอกาสในเวทีอาเซียนได้” บุศรา กล่าว

 

ศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา จากโรงพยาบาลศิริราช กล่าวว่า ทุกครั้งที่พูดถึงคำว่าอาเซียน ให้นึกถึงคำว่าโอกาส แต่หากไม่ได้เตรียมความพร้อมก็จะสูญเปล่า ต้องยอมรับว่าความรู้ความสามารถของแพทย์และพยาบาลไทยไม่เป็นรองประเทศอื่น มีจุดแข็งคือเรื่องของการให้บริการ แต่มีจุดอ่อนอยู่ที่ทักษะทางด้านภาษาอังกฤษ ในฐานะที่ไทยจะก้าวเข้าสู่เวทีอาเซียนแน่นอนว่าจะทำให้ผู้ป่วยเดินทางเข้ามารักษาพยาบาลในไทยมากขึ้น โอกาสที่ไทยจะก้าวสู่การเป็นเมดิคอล ฮับจึงมีมาก ถือเป็นโอกาสที่จะนำรายได้เข้าสู่ประเทศ หากสามารถพัฒนาจุดอ่อนดังกล่าวได้

 

ส่วนประเด็นเรื่องการรั่วไหลของบุคลากรทางด้านการแพทย์นั้นน่าจะยังเป็นเทรนด์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากประเทศอย่างสิงคโปร์และมาเลเซียจะเกิดการซื้อตัวบุคลากรทางการแพทย์เพิ่มขึ้น เนื่องจากหากประเทศเหล่านี้หากผลิตบุคลากรเองต้นทุนจะสูงกว่าการซื้อตัวมาก แต่อย่างไรก็ตามตนมองว่ามีโอกาสสูญเสียบุคลากรบ้าง แต่คงไม่เยอะมาก เพราะเราให้ความสำคัญกับเรื่องของคุณภาพมากกว่าปริมาณ การที่ประเทศต่างๆ ซื้อตัวบุคลากรไปทำงานด้วย ส่วนใหญ่มักจะเป็นบุคลากรระดับหัวกะทิของไทย และโอกาสที่บุคลากรจากต่างประเทศจะเข้ามาทำงานที่ไทยนั้นโอกาสก็มีน้อยกว่า เพราะนอกจากเรื่องของการสื่อสารกันไม่รู้เรื่องแล้ว หากจะหวังเรื่องของรายได้ที่สูงนั้นต้องประจำอยู่ที่ตัวเมืองใหญ่ๆ ซึ่งโอกาสมีไม่มาก

 

ส่วนโรงพยาบาลศิริราชเองได้มีการเตรียมความพร้อมในการก้าวสู่เวทีอาเซียน โดยพัฒนาบุคลากรให้มีทักษะในการใช้ภาษาอังกฤษ มีการพัฒนาทักษะการอยู่ร่วมกันกับผู้คนที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม  มีมาตรฐานในการรักษา ตรวจวินิจฉัย และการวิจัย  และการสร้างเครือข่ายกับสถาบันต่างๆ ในหมู่ประเทศอาเซียน

 

ด้าน ดร.กฤษดา แสวงดี จากสภาการพยาบาล กล่าวว่า ผลกระทบจากการเปิดเสรีการค้าอาเซียนต่อการบริการ อย่างการเคลื่อนย้ายบุคลากรที่เป็นปัญหามาโดยตลอดคงไม่ได้เกิดขึ้นมากไปจากเดิม เนื่องจากข้อกำหนดที่แต่ละประเทศกำหนดขึ้นก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะรับคนเข้าไปทำงาน ตลอดจนการดูแลรักษาพยาบาลยังมีความลุ่มลึกในวัฒนธรรมอีกด้วย และการไหลของบุคลากรทางการแพทย์จากชนบทเข้าสู่เมืองทุกประเทศต้องวางแผนกำลังคนให้เพียงพอ

 

การเตรียมความพร้อมของสภาการพยาบาลจึงต้องสร้างความเข้าใจกับสมาชิกประเทศอาเซียนว่า มีสิทธิเคลื่อนย้ายบุคลากรทางการแพทย์อย่างถูกกฎหมาย มีการวิเคราะห์จุดแข็งจุดอ่อนในการจ้างงานในกลุ่มประเทศอาเซียน วางแผนการผลิตและรักษาสมดุลทางด้านสังคม พัฒนาข้อมูลสารสนเทศและติดตามการเคลื่อนย้ายเข้า-ออกของบุคลากร และรักษาจุดเด่นของการรักษาพยาบาลแบบคนไทยนั้น ที่นอกจากการรักษาที่ได้มาตรฐานแล้ว เรายังนับถือและดูแลผู้ป่วยดุจญาติมิตร และยังต้องเรียนรู้เรื่องของวัฒนธรรมที่แตกต่าง ตลอดจนอุปสรรคทางด้านภาษา และเชื่อว่าทุกประเทศมีสามารถคว้าโอกาสบนเวทีอาเซียนได้หากมีการเตรียมพร้อมที่ดี

 

สำรวจความคิดเห็น

Loading...

สถิติการเข้าชมสูงสุด