หมอตุลย์-สุริยะใส ห่วงปัญหาการเมืองต้นเหตุวิกฤตประเทศไทย แนะผู้นำที่ดีต้องวางตัวเป็นกลาง
Date : 2012-05-06 00:30:13
เผยแพร่โดย ศูนย์ข่าวอาร์เอสยูนิวส์

ศูนย์ข่าวอาร์เอสยูนิวส์ / 2 เม.ย. 2555 แกนนำนปช. แนะปรองดองสังคมต้องเริ่มนับ 1 ใหม่ให้ความเป็นธรรมทุกฝ่ายเท่าเทียมกัน ด้านสุริยะใส ชี้ห่วงปัญหาการเมืองต้นเหตุวิกฤตประเทศไทย ระบุปัญหาสังคมไทยเกิดจากผู้นำไม่ดี หมอตุลย์ห่วงงานวิจัยปรองดองต้นเหตุสังคมแตกแยก แนะผู้นำที่ดีต้องวางตัวเป็นกลาง ด้านรศ.วิทยากรเสนอปฏิรูปประเทศไทยแก้ไขวิกฤตสังคม
จากการประชุมวิชาการว่าด้วยนวัตกรรมผู้นำระดับชาติ ครั้งที่ 3 เรื่อง “ผู้นำกับวิกฤตและอนาคตประเทศไทย” ซึ่งจัดขึ้นโดย วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต
นายก่อแก้ว พิกุลทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทยและแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวว่า ขณะนี้ประเทศไทยกำลังตกอยู่ในวิกฤตการเมืองและความขัดแย้งในประเทศ แม้บรรยากาศจะดูดีกว่าหลายปีที่ผ่านมาแต่ยังซ่อนความไม่น่าไว้วางใจไว้เบื้องหลังด้วยเช่นกัน ดังนั้นตนจึงอยากฝากให้ทุกฝ่ายคิดว่าจะทำอย่างไรเพื่อให้ประเทศไทยผ่านพ้นสถานการณ์นี้ อย่างไรก็ตามตนเห็นว่าอดีตที่ผ่านมามีปัญหาความไม่เท่าเทียมกันในสังคมถือเป็นที่สะสมมามาอย่างยาวนาน ซึ่งประชาชนต้องเก็บกดปัญหาดังกล่าวไว้ในใจมาโดยตลอด จนมาถึงยุคของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งสามารถแก้ปัญหาดังกล่าวได้ด้วยการลดช่องว่าระหว่างคนรวยและคนจน อีกทั้งยังยกระดับความเป็นอยู่ของชาวบ้านระดับรากหญ้าให้ดีขึ้นได้ ด้วยความสามารถดังกล่าวจึงทำให้เกิดกลุ่มคนที่ไม่ชอบ พ.ต.ท.ทักษิณขึ้นและนำมาสู่การยึดอำนาจ และทำให้เกิดกลุ่มต่อต้านฝ่ายยึดอำนาจขึ้น นำมาซึ่งความขัดแย้งในสังคมจนเป็นปัญหามาถึงทุกวันนี้ นอกจากวิกฤตทางการเมืองจะเป็นปัญหาหลักแล้ว วิกฤตทางเศรษฐกิจก็เป็นอีกปัญหาหนึ่งที่เกิดขึ้นในยุคนี้แต่สามารถแก้ไขได้หากทุกฝ่ายร่วมมือร่วมใจกัน เพราะปัญหาเศรษฐกิจในขณะนี้มีปัจจัยจากวิกฤตเศรษฐกิจของประเทศฝั่งตะวันตก ซึ่งแก้ไขได้ด้วยการกระตุ้นปริมาณการซื้อภายในประเทศให้เพิ่มขึ้นเพื่อชดเชยกำลังซื้อจากต่างประเทศ
“ส่วนแนวทางการปรองดองจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อทุกฝ่ายต้องเริ่มนับ 1 ใหม่ โดยเริ่มตั้งแต่การสอบสวน พ.ต.ท.ทักษิณ ตามกระบวนการศาลเพื่อความยุติธรรม ซึ่งแนวทางดังกล่าวจะทำให้ทุกฝ่ายยอมรับผลตัดสินที่เกิดขึ้นโดยไม่มีเงื่อนไข ส่วนประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 112 นั้นผมยืนยันว่ารัฐบาลไม่เห็นด้วยกับแนวทางดังกล่าว เพียงแต่รัฐบาลไม่สามารถห้ามหรือปิดกั้นแนวความคิดดังกล่าวของกลุ่มคนเสื้อแดงได้ จึงทำให้เกิดประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ในสังคม”นายก่อแก้ว กล่าว
ด้าน นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มกรีน (Green Politics) กล่าวว่า ขณะนี้ประเทศไทยประสบวิกฤตที่ร้ายแรงมากที่สุดนับตั้งแต่ก่อตั้งสยามประเทศ หากจะถามหาผู้นำที่จะแก้ปัญหานี้ได้ ตนมองว่าเป็นโจทย์ที่ผิด เพราะปัญหาของประเทศในขณะนี้ คือ ปัญหาจากผู้ตามที่ต้องการแสดงจุดยืนของตัวเองมากขึ้น จนก่อให้เกิดความตื่นตัวในกลุ่มประชาชนอย่างรุนแรง จนกดดันให้ผู้นำต้องอยู่ตามกรอบที่ผู้ตามได้กำหนดไว้ ดังนั้นการเป็นผู้นำที่ดีควรมีคุณสมบัติในการบริหารจัดการมวลชนให้ได้ ในขณะที่ผู้ตามที่ดีก็ควรมีวิจารณญาณไม่ปล่อยให้ผู้นำควบคุมความคิดแต่เพียงฝ่ายเดียว ส่วนเรื่องต้นเหตุของความขัดแย้งในสังคมนั้น ตนเห็นว่าปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นมาตั้งแต่ในอดีต แต่ทวีความรุนแรงมากที่สุดในยุคของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร แม้หลายสถาบันจะชื่นชมความสามารถในการทำงานของ พ.ต.ท.ทักษิณ แต่ก็ยังมีข้อผิดพลาด คือ การที่เป็นคนมีความเชื่อมั่นในตนเองมากจนเกินไป ในขณะที่สังคมไทยมีอำนาจมีมากกว่าแค่เสียงในสภา ดังนั้นการที่พ.ต.ท.ทักษิณ คิดว่ามีเสียงข้างมากแล้วจะทำอะไรก็ได้จึงเป็นข้อผิดพลาดอย่างร้ายแรง นอกจากนี้การรุกล้ำอำนาจในหลายภาคส่วน เช่น อำนาจนิติบัญญัติ อำนาจกฎหมาย อำนาจรัฐธรรมนูญ และอำนาจทางวัฒนธรรม ซึ่งทั้งหมดนี้กลายเป็นปมปัญหาที่ทำให้ความขัดแย้งประทุขึ้นในสังคมและขยายตัวอย่างรวดเร็ว
“ในปีนี้ความล้มเหลวทางการเมืองจะเป็นตัวเร่งให้ประเทศไทยเกิดวิกฤตเร็วขึ้น เพราะในรอบหลายปีที่ผ่านมาประเทศไทยมีผู้นำที่มาจากการเลือกตั้งและไม่ได้มาจากการเลือกตั้งแต่ก็ไม่สามารถแก้ปัญหาทางการเมืองได้สำเร็จ ดังนั้นวิกฤติที่แท้จริงจึงเป็นวิกฤติที่เกิดขึ้นในส่วนของผู้นำ ดังนั้นโจทย์ของประเทศไทยจึงต้องเปลี่ยนแปลงจากการสรรหาหาผู้นำที่ดี เป็นควรจะทำอย่างไรให้คนที่เราเลือกเป็นผู้นำที่ดี มีดุลยภาพระหว่างสร้างประสิทธิภาพการทำงานที่ดีและสามารถเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการบริหารประเทศได้”
ผศ.นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ ผู้ประสานงานเครือข่ายพลเมืองอาสาปกป้องแผ่นดิน กล่าวว่า แม้สังคมไทยจะไม่ต้องการเห็นความแตกแยกในสังคม แต่ตนเห็นว่ากรณีการเสนอรายงานปรองดองของคณะวิจัยจากสถาบันพระปกเกล้าจะเป็นจุดเริ่มต้นของความขัดแย้งในสังคมอีกครั้ง อย่างไรก็ตามหากทุกคนต้องการให้บ้านเมืองกลับสู่ความปกติอย่างแท้จริงคงต้องเริ่มจากการมีผู้นำที่ดี และเหตุการณ์อะไรที่ผ่านไปแล้วก็ต้องปล่อยให้ผ่านไป ส่วนอนาคตจะดีหรือไม่ต้องขึ้นอยู่กับผู้นำและประชาชนคนไทยทั้งหมด ทั้งนี้ตนเห็นว่าผู้นำในภาวะวิกฤตนั้นควรมีคุณสมบัติที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับสถานการณ์ แต่กรณีที่สังคมไทยเกิดปัญหาความแตกแยกในสังคมนั้น ผู้นำที่ดีควรดึงตัวเองออกจากการเลือกข้าง เพราะหากไม่ทำเช่นนั้นจะทำให้ผู้นำไม่สามารถตัดสินใจทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมได้ และไม่สามารถสร้างความปรองดองได้อย่างแท้จริง ดังนั้นการวางตัวเป็นกลางจึงเป็นคุณสมบัติที่จำเป็นที่สุดในขณะนี้ แต่สิ่งที่ตนกังวล คือ การที่นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นน้องสาวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความแตกแยก จะกล้าตัดสินใจวางตัวเป็นกลางหรือไม่
“แม้ พ.ต.ท.ทักษิณจะเป็นคนมีความสามารถ แต่ที่ผ่านมาสิ่งที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ดำเนินนโยบายมาโดยตลอด คือ การเอาใจฐานเสียง ซึ่งผมเห็นว่าแนวทางดังกล่าวจะทำให้เกิดปัญหาทางเศรษฐกิจในอนาคต โดยเฉพาะปัญหาด้านพลังงานซึ่งผมมองว่ามีรูปแบบคล้ายกับยุคของ พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ ที่รัฐบาลล้มด้วยปัญหาน้ำมันแพง นอกจากนี้ผู้นำของรัฐบาลควรเจรจากับ พ.ต.ท.ทักษิณเพื่อยกเลิกแนวคิดล้มคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) และหันกลับมาแก้ปัญหาเศรษฐกิจอย่างจริงจังซึ่งจะเป็นแนวทางหนึ่งที่ลดเงื่อนไขที่ทำให้เกิดวิกฤติในประเทศไทยได้”ผู้ประสานงานเครือข่ายพลเมืองอาสาปกป้องแผ่นดิน กล่าว
รศ.วิทยากร เชียงกูล คณบดีกิตติคุณ วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า วิกฤตที่เกิดขึ้นในขณะนี้ไม่ใช่แค่เรื่องการเมืองเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงเรื่องเศรษฐกิจและสังคมด้วย เพราะขณะนี้ประเทศไทยกำลังมีสถานะตกต่ำลงมาก ดังนั้นหากไทยไม่เข้มแข็ง ไม่แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางรายได้ที่ไม่เป็นธรรม ปัจจัยทั้งหมดนี้จะเป็นต้นตอของวิกฤตในอนาคต อย่างไรก็ตามตนมองว่าต้นตอของปัญหาเหล่านี้มีมาตั้งแต่ในยุคอดีต โดยมีสาเหตุมาจากชนชั้นนำที่ทำให้เกิดโครงสร้างเศรษฐกิจแบบผูกขาด ส่งผลให้เกิดการกระจายรายได้อย่างไม่เป็นธรรม และนำไปสู่ปัญหาทุกด้านในสังคม ดังนั้นทุกฝ่ายควรหาแนวปฏิรูปประเทศไทยให้ดีขึ้น
“ผมมองว่าปัญหาที่น่าจับตามองในปีนี้ คือ ปัญหาของแพงที่จะเป็นจุดเริ่มต้นทำให้ประชาชนไม่พอใจรัฐบาล ส่วนปัญหาทางการเมืองต้องขึ้นอยู่กับฝ่ายของ พ.ต.ท.ทักษิณ ว่าจะเดินเกมรุกรุนแรงแค่ไหน เพราะจะทำให้ฝ่ายตรงข้ามเดินเกมต่อต้านรุนแรงเท่ากัน โดยเฉพาะประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญและการนิรโทษกรรมที่เป็นประเด็นร้อนในขณะนี้ ส่วนปัญหาทางเศรษฐกิจนั้นมองว่าประเทศไทยคงไม่สามารถเอาตัวรอดได้ เพราะไม่มีแนวคิดเรื่องการปฏิรูปเศรษฐกิจ มีแต่ต้องการใช้เงินเพียงอย่างเดียว อีกทั้งไม่เคยคิดเรื่องการเพิ่มรายได้ระยะยาว ดังนั้นในอนาคตลูกหลานคงมีหน้าที่ใช้หนี้ที่คนรุ่นนี้ก่อขึ้น” รศ.วิทยากร กล่าว
สำรวจความคิดเห็น
Loading...
สถิติการเข้าชมสูงสุด
1. ปชป.ยื่นผู้ตรวจการสอบ 'สุรนันทน์' ส่อพฤติกรรมแทรกแ..
1. หนี้ครัวเรือนพุ่งกระฉูด!แห่ซื้อบ้าน-รถยนต์
2. เขียนกับมือ'ทีโออาร์'น้ำ 3.5 แสนล้าน'ปลอดประสพ' ลั..
3. “เจ๊แดง”เข้าสภารายงานตัวเป็น ส.ส.เชียงใหม่แล้ว
4. ขึ้นค่ารถเมล์เมล์ธรรมดาดีเดย์วันนี้
5. "พาณิชย์" กดสต๊อกข้าวรัฐวูบ เปิดสัญญาใหม่ "จีทูจี"..
6. ดีเอสไอขู่จับสินค้าละเมิดสิทธิ์ในอินเตอร์เน็ต
7. ไฟเขียวภาคกลางปลูกข้าวได้ไม่อั้น
8. "ธิดา" นัดคาราวานแดงทั่วแผ่นดิน รำลึกสลายชุมนุมราช..
1. เลิกกิจการมี.ค.พุ่ง 25% ผลพวงบาทแข็ง
2. ค่าแรง 300 พ่นพิษหนีไม่พ้นอก! อุตสาหกรรมชงมาตรการอ..
3. 'มาร์ค'ออกโรงขวางรัฐแก้ม.190 ลั่นต้องผ่านสภาฯ เท่า..
4. "วีรชัย" ชี้คำร้องฝ่ายเขมรชัดดัดแปลงแผนที่
5. "ชัชชาติ"รับรถไฟความเร็วสูงไม่คุ้มทุน
6. “ปู” เขินถูกหัวหน้าทีมสู้คดีพระวิหารหอมแก้ม
7. "ทักษิณ" ชวนตั้งกองทุนหนุนธุรกิจรุ่นใหม่





